'ทวี' ยัน สอบคดีฮั้ว สว. ตาม กกต. แจ้งข้อกล่าวหา ไม่เคยแทรกแซงหรือกลั่นแกล้ง

ทวี ยันสอบคดีฮั้ว สว. ตาม กกต. แจ้งข้อกล่าวหา

“ทวี สอดส่อง” ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยแทรกแซง “คดีฮั้ว สว.” พร้อมกระตุกให้สังคมฉุกคิดถึงอำนาจของ สว. ที่มีมากเกินไป และควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ชี้ กกต. เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้นจึงต้องเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เนื่องจากคดียังอยู่ในอายุความ

พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่อง คดีฮั้ว สว. ว่า หัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมคือการมีหลักนิติธรรม นั่นคือทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นหลักการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าใครจะกระทำความผิดก็ต้องถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากศาลทำผิดก็ต้องได้รับโทษ สนช. ก็เช่นกัน บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้ยาก หากผู้มีอำนาจไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรมและขาดความเข้มแข็งทางจิตใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า สว. มีอำนาจมาก ดังนั้นจึงต้องเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างละเอียด

ทวี ยันสอบคดีฮั้ว สว. ตาม กกต. แจ้งข้อกล่าวหา

พล.ต.อ.ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณี คดีฮั้ว สว. นั้น เริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อมีการตรวจพบความผิดปกติของการไหลเวียนของเงิน คณะกรรมการคดีพิเศษ (DSI) จึงตั้งข้อสงสัยว่าเงินจำนวนดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษ เพียงแต่มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนั้น ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ จนกระทั่ง กกต. เข้ามาเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง ต่อมา สว. กลุ่มหนึ่งได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเคารพการตัดสินใจของศาล แต่ในระหว่างการพิจารณาคดี ตนได้สอบถามผู้ที่ทำการไต่สวน และได้รับทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 200 กว่าคนนั้นถูก กกต. แจ้งข้อกล่าวหา ตนจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ เนื่องจาก กกต. เป็นองค์กรอิสระที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน และทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน

ความโปร่งใสในการสอบสวนคดีฮั้ว สว.

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ในฐานะรัฐมนตรี เราต้องไม่ปล่อยให้มีการแทรกแซงคดี ไม่แทรกแซงข้าราชการประจำ และตัวเราเองก็ต้องไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างมีศักดิ์ศรี และเนื่องจากคดียังอยู่ในอายุความ จึงต้องเดินหน้าต่อไป โดยไม่ปล่อยให้ใครอยู่เหนือกฎหมาย

คดีฮั้ว สว. ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ การที่ พล.ต.อ.ทวี ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมและความโปร่งใสในการตรวจสอบ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจติดตามต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ได้อย่างไร และผลลัพธ์ของคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อการเมืองไทยในอนาคต

การตรวจสอบอำนาจของ สว. เป็นเรื่องที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การใช้อำนาจเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ที่มา – “ทวี” ยัน สอบคดีฮั้ว สว. ตาม กกต. แจ้งข้อกล่าวหา ไม่เคยแทรกแซงหรือกลั่นแกล้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: