ทหารพรานสกัดจับแรงงานเมียนมา 64 ราย ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บริเวณชายแดนแม่ระมาด
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2568 พันเอกองอาจ สัมพันธ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3501 ได้ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
ภายหลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อมาขายแรงงาน ในฝั่งไทย บริเวณบ้านน้ำดิบบอนหวาน ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก
ทางเจ้าหน้าที่หน่วยทหารพราน 3501 จึงได้นำกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 345 (แม่ระมาด), ตำรวจ สภ.แม่ระมาด, ฝ่ายปกครอง บูรณาการเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว
จากการปฏิบัติตรวจพบกลุ่มบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อเข้ามาขายแรงงาน สัญชาติเมียนมา จำนวน 64 ราย เป็นชาย 43 ราย และเป็นหญิง 21 ราย พร้อมผู้นำพา จำนวน 3 ราย เป็นผู้ชายทั้งหมด พร้อมรถยนต์ของกลางที่ใช้นำพา ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 7921 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ หมายเลขทะเบียน 1 กง 1928 ตาก จำนวน 1 คัน โดยมีผู้นำพาที่เป็นคนไทย คือนายภาณุพงษ์ อายุ 22 ปี ที่อยู่ในหมู่ 2 ต.แม่ระมาด จ.ตาก นายบะเก อายุ 48 ปี ที่อยู่ในหมู่ 2 ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก และ นายแอ้เค อายุ 42 ปี ไม่มีบัตรและที่อยู่
ทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน-ตำรวจ-ตชด. และฝ่ายปกครอง ชุดที่ร่วมทำการจับกุม จึงได้นำตัวกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา จำนวน 64 ราย และผู้นำพา 3 ราย พร้อมของกลาง รถยนต์ จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ส่งพันตำรวจโทณว์พรรณ์ เทียมฉันท์ สารวัตรสอบสวน สภ.แม่ระมาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ทหารพราน สกัดจับแรงงานต่างด้าว 64 ราย ลักลอบเข้าเมือง ชายแดนแม่ระมาด
การจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การลักลอบเข้าเมืองถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม การค้ามนุษย์ และการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
ผลกระทบของการลักลอบเข้าเมืองต่อเศรษฐกิจและสังคม
การลักลอบเข้าเมืองไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในหลายด้าน แรงงานต่างด้าวที่ ลักลอบเข้าเมือง มักจะได้รับค่าจ้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้แรงงานไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และปัญหาทางสังคมอื่นๆ ตามมา
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมือง
เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีมาตรการที่ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการฟื้นฟู เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังต้องมีการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแก้ไขปัญหาร่วมกัน
- การลาดตระเวนชายแดน: เพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการลาดตระเวน
- การบังคับใช้กฎหมาย: ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ: แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแก้ไขปัญหาร่วมกัน
- การสร้างความเข้าใจ: ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของการลักลอบเข้าเมือง
นอกจากมาตรการที่กล่าวมาข้างต้น การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างงานในประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดแรงจูงใจในการลักลอบเข้าเมืองได้ในระยะยาว
การแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับทุกคน
ที่มา – ทหารพราน สกัดจับแรงงานต่างด้าว 64 ราย ลักลอบเข้าเมือง ชายแดนแม่ระมาด



