จากสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่บริเวณพรมแดนจีน-เนปาล ซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็งถล่มจนสร้างความเสียหายอย่างหนัก ล่าสุดมีข่าวดีออกมาให้ได้ใจชื้นกันบ้าง เมื่อทางการจีนเผย ความเสี่ยงทะเลสาบแตกลดลงแล้ว หลังเกิดน้ำท่วมเนปาล โดยสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับหลังจากที่น้ำในทะเลสาบที่เกิดใหม่เริ่มระบายออกอย่างต่อเนื่อง
ทางการจีนเผย ความเสี่ยงทะเลสาบแตกลดลงแล้ว หลังเกิดน้ำท่วมเนปาล
เหตุการณ์ธารน้ำแข็งถล่มเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดมวลน้ำมหาศาลไหลหลากและพัดพาด่านชายแดนจนพังทลาย สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างน่าสลดใจ แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งปฏิบัติภารกิจ ก็เกิดความกังวลว่าทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นใหม่จากการถล่มของธารน้ำแข็งอาจจะแตกและเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนยืนยันว่า ทางการจีนเผย ความเสี่ยงทะเลสาบแตกลดลงแล้ว หลังเกิดน้ำท่วมเนปาล เนื่องจากระดับน้ำในทะเลสาบเริ่มลดขนาดลงอย่างเห็นได้ชัด
สรุปสถานการณ์ความปลอดภัยบริเวณพรมแดน
จากการเฝ้าติดตามผ่านภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าทะเลสาบบริเวณแม่น้ำปูเรปู ซางโป มีขนาดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงไปกว่า 21,000 ตารางเมตรภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อการทำงานของทีมกู้ภัย ทั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:
- มีการใช้เทคโนโลยีโดรนและเรดาร์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
- เจ้าหน้าที่เตรียมแผนอพยพด่วนหากตรวจพบความผิดปกติ โดยให้เวลาล่วงหน้ามากกว่า 30 นาที
- มีการติดตามแหล่งน้ำอีกแห่งที่มีขนาดใหญ่กว่าบริเวณโคนธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิด
แม้ว่าความกังวลจะลดน้อยลง แต่สถานการณ์ในพื้นที่หุบเขาดังกล่าวยังคงต้องการการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่จากทั้งฝั่งจีนและเนปาลยังคงประสานงานกันอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด การที่ปริมาณน้ำค่อยๆ ไหลออกจนอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ภารกิจกู้ภัยในพื้นที่ตอนล่างดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย
ในมุมมองของเรา แม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น แต่ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมความพร้อมและรับฟังการแจ้งเตือนจากทางการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ เราขอส่งกำลังใจให้ทีมกู้ภัยและชาวเนปาลทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่นครับ
ที่มา – ทางการจีนเผย ความเสี่ยงทะเลสาบแตกลดลงแล้ว หลังเกิดน้ำท่วมเนปาล

