วันนี้เรามาพูดถึงข่าวเศร้าที่หลายคนคงได้ยินกันมาแล้ว นั่นคือเรื่องของ ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ช้างป่าแม่ลูกอ่อนตัวนี้ที่บาดเจ็บหนักจนต้องจากไปอย่างสงบ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสัตว์ป่าธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการอนุรักษ์ช้างไทยที่เราต้องช่วยกันคิดหาทางออกนะคะ
ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ผลตรวจอวัยวะภายในพบความผิดปกติ
ตามรายงานจากนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) ช้างป่าเพศเมียตัวนี้มีอาการบาดเจ็บที่ขาหน้าซ้าย จากพื้นที่หมู่ 17 บ้านโนนสมพร ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ทีมเจ้าหน้าที่จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้พยายามรักษามาเป็นเวลาหลายวัน แต่สุดท้ายแม่ช้างก็ล้มลงอย่างสงบเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์
หลังจากนั้น ทีมสัตวแพทย์ได้เข้าดำเนินการผ่าชันสูตรทันที เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แม่ช้างตัวนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี สูงราว 240 เซนติเมตร และหนักประมาณ 2,000-2,500 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นช้างป่าที่มีขนาดใหญ่สมส่วนสำหรับวัยนี้ จากการตรวจภายนอก ไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือการถูกทำร้าย และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งท้องด้วย
ผลตรวจอวัยวะภายในที่พบความผิดปกติสำคัญ
สิ่งที่ ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” พบคือความผิดปกติหลายอย่างที่อาจเป็นสาเหตุหลัก เช่น
- กระดูกต้นขาหน้าด้านซ้ายหัก ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีเลือดคั่งและเริ่มเนื้อตาย ซึ่งน่าจะมาจากการบาดเจ็บเดิมที่รักษาไม่ทัน
- ตับบวมอักเสบ ขอบมน บ่งชี้ถึงการอักเสบเรื้อรัง
- ปอดมีสีชมพูปนแดงสด อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือปัญหาการหายใจ
- ไตมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ชี้ถึงภาวะไตวายหรือโรคเรื้อรัง
- น้ำในถุงหุ้มหัวใจมากผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่หัวใจล้มเหลว
ทีมได้เก็บตัวอย่างอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจ ไต ปอด ตับ ม้าม และกล้ามเนื้อ ส่งไปห้องแล็บเพื่อตรวจละเอียดยิ่งขึ้นแบบเร่งด่วน สำหรับซากช้าง ได้ฝังกลบตามหลักวิชาการที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตะกรุบ พร้อมโรยผงปูนขาวเพื่อป้องกันโรคระบาด
บทเรียนจากกรณีนี้และปัญหาช้างป่าไทย
กรณี ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ผลตรวจอวัยวะภายในพบความผิดปกติ ทำให้เราเห็นว่าช้างป่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เช่น การบาดเจ็บจากกับดักนักล่า การชนกับยานพาหนะ หรือขาดอาหารในป่าที่ถูกบุกรุก ปัจจุบันช้างไทยเหลือไม่ถึง 4,000 ตัวในป่า และการสูญเสียแต่ละตัวกระทบฝูงและระบบนิเวศอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ช้างที่เป็นหัวหน้าฝูง
เราควรสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ เช่น การสร้างทางเดินช้างปลอดภัย ลดการตัดไม้ทำลายป่า และติดตามด้วยเทคโนโลยี GPS เพื่อช่วยชีวิตสัตว์ได้ทันเวลา นอกจากนี้ ประชาชนอย่างเราก็ช่วยได้ โดยไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้าง และบริจาคให้องค์กรอย่างกรมอุทยานฯ
ในมุมมองของผม การจากไปของแม่ช้างตัวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ถ้าเราไม่ลงมือตอนนี้ ช้างไทยอาจหายไปจากผืนป่าไทยในอนาคตอันใกล้ ลองคิดดูสิครับ ถ้าป่าประเทศไทยไม่มีช้าง มันจะขาดเสน่ห์ไปเยอะเลยนะ สุดท้ายนี้ ชวนทุกคนช่วยแชร์ข่าวนี้และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ ว่าคุณคิดว่าทำยังไงถึงจะปกป้องช้างป่าได้ดีที่สุด? ติดตามข่าวสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ!
ที่มา – ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร “แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์” ผลตรวจอวัยวะภายในพบความผิดปกติ


