สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวอุตสาหกรรม วันนี้เรามีเรื่องร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ กับเหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรี ที่สร้างความเสียหายหนักเลยทีเดียว นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่รอช้าสั่งการทันทีให้คุมเข้ม หยุดกิจการชั่วคราวและห้ามเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านแถวนั้น มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ
เพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรี
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่โรงงานคัดแยกของเสีย 2 แห่งติดกันในตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โรงงานที่ไหม้คือบริษัท วิริยะรุ่งเรืองรีไซเคิล จำกัด และบริษัท ยุทธนาศิลป์ รีไซเคิล จำกัด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมเพลิงได้ตอน 17.00 น. โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ความเสียหายคาดว่ากว่า 20 ล้านบาท เพราะอาคาร เครื่องจักร วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์พังยับทั้งคู่
สาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้ควบคุมของวิริยะรุ่งเรือง ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ทั้งหลัง แล้วลามไปโรงงานข้างๆ ซึ่งทั้งสองเป็นโรงงานลำดับ 105 คัดแยกของเสียที่ไม่อันตราย แต่กากอุตสาหกรรมจำนวนมากก็เสี่ยงต่อการแพร่กระจายมลพิษได้ถ้าไม่จัดการดี
มาตรการด่วนหลังเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรี
นายธนกรสั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด สนับสนุนดับเพลิง และประสานงานกับหน่วยดับเพลิงท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมออกคำสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามมาตรา 39 พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 และห้ามเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรม เพื่อกำจัดบำบัดให้ถูกต้อง ไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยประชาชน
- หยุดกิจการโรงงานทั้ง 2 แห่งทันที
- ห้ามเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรม
- ลงพื้นที่สอบสวนหาสาเหตุละเอียด
- กำหนดมาตรการป้องกันไฟไหม้ในอนาคต
โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ไฟไหม้โรงงานเกิดบ่อย ภายในสัปดาห์เดียวมีกว่า 3 ราย นายธนกรย้ำให้กรมโรงงานตรวจสอบรัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
ทำไมเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรีถึงน่ากังวล?
โรงงานรีไซเคิลอย่างนี้มักมีของเสียจำนวนมาก แม้ไม่อันตรายแต่ถ้าไหม้ควันและกากอาจปนเปื้อนอากาศ ดิน น้ำได้ง่าย ชาวบ้านใกล้เคียงเสี่ยงสุขภาพ การรีไซเคิลเป็นเรื่องดีช่วยลดขยะ แต่ต้องมีระบบความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า การจัดเก็บกาก และแผนฉุกเฉินดับเพลิง
จากข้อมูลทั่วไป สาเหตุไฟไหม้โรงงานบ่อยๆ ในไทยคือ
- ไฟฟ้าลัดวงจร 40%
- ประกายไฟจากเชื่อมหรือตัดโลหะ
- ความร้อนสะสมในฤดูร้อน
- การเก็บของเสียไม่เหมาะสม
เพื่อป้องกัน ผู้ประกอบการควรติดตั้งระบบสปริงเกอร์ ตรวจเช็คไฟฟ้าสม่ำเสมอ และฝึกอบรมพนักงานครับ
เห็นเหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรีแบบนี้ ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลอุตสาหกรรมให้เข้มงวดขึ้น การรีไซเคิลช่วยโลก แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน ถ้าปล่อยไว้ ผลกระทบจะยาวนาน ลองคิดดูถ้ากากกระจายไปยังแหล่งน้ำใกล้เคียง ชาวบ้านเดือดร้อนแน่
ส่วนตัวผมคิดว่านโยบายของนายธนกรนี่แหละถูกทาง สั่งหยุดก่อนตรวจสอบให้ละเอียด จะได้ไม่เกิดเหตุซ้ำรอย คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทข่าวอุตสาหกรรมและเคล็ดลับความปลอดภัยเพิ่มเติม!
ที่มา – “ธนกร” สั่งคุมเข้ม หยุดกิจการ-ห้ามเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรม เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรี


