ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน 'ตั้งสติและถือเงินสด' เผื่อเวลาวิกฤต

ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต

ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต เป็นคำแนะนำที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในยุคที่เทคโนโลยีการเงินก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การชำระเงินผ่านแอปและบัตรเครดิตกลายเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น การระบาดของโควิด-19 การรุกรานยูเครน และวิกฤตไฟฟ้าดับในสเปนกับโปรตุเกส ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกแนวทางใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชน

ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต

คำแนะนำนี้มาจากรายงานของ ECB เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของเงินสดในสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้โลกจะก้าวสู่สังคมไร้เงินสด แต่ ECB ชี้ว่าความเสี่ยงจากサイเบอร์แอทแทค การขัดข้องของระบบไฟฟ้า หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ยังคงทำให้เงินสดเป็นเครื่องมือที่เชื่อถือได้ที่สุด ตัวอย่างเช่น ในช่วงโควิด-19 หลายคนไม่สามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารออนไลน์ได้ ทำให้เงินสดช่วยให้ซื้อของจำเป็นได้ทันที

ECB ยกตัวอย่างวิกฤต 4 ครั้งสำคัญ ได้แก่ การรุกรานยูเครนปี 2565 ที่ทำให้ระบบการเงินปั่นป่วน การระบาดโควิด-19 ที่กระทบโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก วิกฤตไฟฟ้าดับในสเปนและโปรตุเกสปีนี้ที่ยังหาสาเหตุไม่เจอ และวิกฤตหนี้กรีซที่เคยทำให้ประชาชนลำบากในการถอนเงิน ในแต่ละกรณี เงินสดพิสูจน์ตัวเองว่าเป็น “เส้นชีวิต” ที่ช่วยให้ผู้คนรอดพ้นจากความเดือดร้อน

ประโยชน์ของเงินสดในยามวิกฤต

เงินสดมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความทนทานต่อการใช้งานออฟไลน์ ความยืดหยุ่นในการขนส่ง และการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ต ECB ระบุว่า ในกรณีที่ระบบธนาคารถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ ผู้คนสามารถใช้เงินสดซื้ออาหาร น้ำดื่ม หรือเติมน้ำมันเพื่ออพยพได้โดยไม่สะดุด นอกจากนี้ การถือเงินสดยังช่วยลดความเสี่ยงจากความเชื่อมั่นสาธารณะที่สั่นคลอน

  • ความพร้อมใช้งาน: ไม่ต้องรอระบบออนไลน์ ใช้ได้ทันทีในร้านค้าท้องถิ่น
  • ความปลอดภัย: ทนต่อไฟฟ้าดับหรือサイเบอร์แอทแทค
  • การยอมรับ: ทุกสังคมยอมรับเงินสดเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน

หลายประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และออสเตรีย กำลังส่งเสริมให้ประชาชนเก็บเงินสดไว้บ้าง แม้จะผลักดันการชำระเงินดิจิทัล ในออสเตรีย การใช้เงินสด thậmึงได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2023 เบลเยียมเองก็มีกฎหมายรับรองสิทธิ์นี้เช่นกัน ECB จึงร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อรับประกันอุปทานเงินสดที่เพียงพอ แม้ในช่วงวิกฤตที่ความต้องการพุ่งสูงกะทันหัน

สำหรับประชาชนทั่วไป ECB แนะนำให้เก็บเงินสดไว้ประมาณ 70-100 ยูโร (ราว 2,500-3,500 บาท) ในกระเป๋าสตางค์หรือที่บ้าน เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายฉุกเฉินใน 72 ชั่วโมง เช่น อาหาร น้ำ และของใช้สุขอนามัย วิธีนี้ช่วยให้คุณ “ตั้งสติ” และรับมือวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ECB ยังวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเงินสดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่คาดเดาไม่ได้ การศึกษานี้ไม่เพียงเตือนถึงความเสี่ยง แต่ยังเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอน

ในมุมมองของผู้เขียน คำแนะนำนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอย่าพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป การถือเงินสดไว้บ้างจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน ลองเริ่มเก็บเงินสดวันละนิด เพื่อพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ที่มา – ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: