ประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังกลับมาเป็นหัวข้อสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง หลังประชาชนจำนวนมากแสดงเจตจำนงผ่านการลงประชามติ ขณะที่การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนยังอยู่ในขั้นตอนที่หลายฝ่ายจับตามอง นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเรียกร้องให้โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw เร่งนำร่างเข้าสู่รัฐสภา พร้อมตั้งคำถามว่าหากรวบรวมรายชื่อประชาชนได้ครบแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ยื่นร่างอย่างเป็นทางการ
ใจความสำคัญของกรณีนี้อยู่ที่กรอบเวลาการทำงานของรัฐสภาและขั้นตอนตามกฎหมาย เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องผ่านหลายกระบวนการ ตั้งแต่การพิจารณาร่างแก้ไข การตั้งคณะกรรมาธิการ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การจัดทำประชามติ ไปจนถึงการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หากเริ่มต้นล่าช้า อาจทำให้การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ทันการเลือกตั้งครั้งต่อไป
นิกรเหน็บอย่าเล่นการเมืองซับซ้อน
นายนิกรมองว่า ทุกฝ่ายควรดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และไม่ควรใช้ความล่าช้าทางการเมืองเป็นเงื่อนไขในการรอจังหวะที่ได้เปรียบ เพราะรัฐบาลและรัฐสภาต่างกำลังรอร่างจากภาคประชาชน รวมถึงร่างจากพรรคฝ่ายค้านเพื่อพิจารณาร่วมกัน การยื่นร่างให้เร็วจะช่วยให้สังคมเห็นทิศทางที่ชัดเจน และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้อภิปรายเนื้อหาอย่างโปร่งใส
เขาย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภาแล้ว จึงไม่ควรถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉยต่อเสียงประชาชนหลายล้านเสียงที่สนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคมีจุดยืนว่าควรยกร่างใหม่ทั้งฉบับ มากกว่าการแก้ไขเป็นรายมาตรา เพราะการแก้เพียงบางประเด็นอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในภาพรวม
นิกรเหน็บอย่าเล่นการเมืองซับซ้อน ท่ามกลางกรอบเวลาจำกัด
เมื่อพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้เวลานาน รัฐสภาต้องพิจารณารับหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการยกร่างและรับฟังความคิดเห็นประชาชน รวมทั้งต้องจัดให้มีการลงประชามติในระยะต่าง ๆ การดำเนินงานแต่ละช่วงมีกรอบเวลาตามกฎหมาย หากพ้นช่วงเวลาการประชุมสภา ก็อาจต้องรอการเปิดประชุมครั้งถัดไป ทำให้กระบวนการทั้งหมดล่าช้าออกไปอีก
นายนิกรประเมินว่า ช่วงเวลาที่เหลือก่อนปิดสมัยประชุมในเดือนธันวาคมเป็นช่วงสำคัญ หากรัฐสภาสามารถเริ่มพิจารณาร่างได้ทัน ก็อาจช่วยลดความล่าช้าในขั้นตอนต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม แม้คณะกรรมาธิการจะทำงานในช่วงปิดสมัยประชุมได้บางส่วน แต่การลงมติของรัฐสภายังต้องรอให้มีการเปิดประชุมตามกำหนด จึงจำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบและเร่งดำเนินการตั้งแต่ต้น
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรอบเวลามีหลายส่วน ได้แก่
- การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชนอย่างเป็นทางการ
- การตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติของผู้เข้าชื่อเสนอร่าง
- การพิจารณารับหลักการโดยรัฐสภา
- การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณารายละเอียด
- การรับฟังความคิดเห็นและจัดทำประชามติ
- การแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับฉบับใหม่
สำหรับข้อเสนอของพรรคการเมืองอื่น ๆ ยังมีร่างที่อยู่ระหว่างการจัดทำหรือยังไม่ได้เสนอต่อประธานรัฐสภาอย่างเป็นทางการ นายนิกรจึงเห็นว่าทุกฝ่ายควรเร่งส่งร่างเข้าสู่ระบบ เพื่อให้สามารถพิจารณาพร้อมกันได้ การมีหลายร่างอาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบแนวทางและช่วยให้รัฐสภาเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด แต่หากแต่ละฝ่ายรอจังหวะทางการเมือง ก็อาจทำให้กระบวนการล่าช้าและสร้างความไม่ไว้วางใจในสังคม
อีกประเด็นหนึ่งคือแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าเป้าหมายหลักคือการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยมองว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเล็ก ๆ เช่น หมายเลขผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบการกระจายอำนาจ หรือรายละเอียดด้านการปกครองท้องถิ่น แม้ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญ แต่ควรพิจารณาว่าสอดคล้องกับความต้องการโดยรวมของประชาชนหรือไม่
นายนิกรยังกล่าวถึงระบบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเห็นว่าปัญหาหลักมาจากโครงสร้างที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการยกเลิกหรือจัดการกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง การแก้ไขที่ยั่งยืนควรทบทวนต้นเหตุของระบบการเลือกตั้งให้ชัดเจน และออกแบบกติกาที่มีความสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรอิสระ การเปิดเผยร่างและเหตุผลของแต่ละฝ่ายจะช่วยให้ประชาชนสามารถติดตาม ตรวจสอบ และแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น
ในมุมของประชาชน การเร่งยื่นร่างไม่ได้หมายความว่าต้องเร่งผ่านเนื้อหาโดยขาดการกลั่นกรอง แต่หมายถึงการเริ่มต้นกระบวนการให้ทันเวลา จากนั้นจึงเปิดพื้นที่ให้มีการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน หากทุกฝ่ายยืนยันว่าต้องการเคารพเสียงประชาชน ก็ควรแสดงความจริงใจด้วยการทำให้กระบวนการเดินหน้าอย่างโปร่งใส ไม่ปล่อยให้กรอบเวลาทางกฎหมายกลายเป็นอุปสรรคในภายหลัง
ท้ายที่สุด คำเรียกร้องของนิกรที่ว่าอย่าเล่นการเมืองซับซ้อนจึงเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอย่างชัดเจนและรับผิดชอบต่อเวลา ประชาชนควรติดตามว่าร่างจาก iLaw และพรรคการเมืองต่าง ๆ จะถูกยื่นต่อรัฐสภาเมื่อใด รวมถึงตรวจสอบเนื้อหาของแต่ละร่างอย่างรอบคอบ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะส่งผลต่อทิศทางการเมืองและสิทธิของประชาชนในระยะยาว
มุมมองส่งท้าย: การแก้รัฐธรรมนูญควรเดินหน้าโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ทุกฝ่ายควรเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและเร่งเริ่มกระบวนการโดยไม่ประวิงเวลา หากประชาชนร่วมติดตามและแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้การยกร่างรัฐธรรมนูญมีความโปร่งใสและตอบโจทย์สังคมมากขึ้น
ที่มา – “นิกร” เหน็บอย่าเล่นการเมืองซับซ้อน ทวง iLaw เร่งยื่นร่างแก้ รธน.ภาคประชาชน

