'บิ๊กโจ๊ก' เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. ฟันตุลาการเพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

“บิ๊กโจ๊ก” ร้อง ป.ป.ช. ฟันตุลาการเพื่อนร่วมรุ่น

“บิ๊กโจ๊ก” สุรเชษฐ์ หักพาล เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีอาญากับตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีไม่วางตัวเป็นกลางเป็นเพื่อนคู่ความ แต่กลับมาพิจารณาคดีเสียเอง ทำลายหลักประกัน ความเชื่อมั่น ศรัทธาในกระบวนการตุลาการศาลปกครองสูงสุด

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร. หรือบิ๊กโจ๊ก ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อกล่าวหาและขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญากับนายอนุวัติ ธาราแสวง ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น ศาลปกครองสูงสุด ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจาก นายอนุวัติ ธาราแสวง เป็นเพื่อนเรียนหลักสูตร นิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย หรือ นปธ. รุ่นที่ 12 ของศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. แต่ไม่ถอนตัวจากการพิจารณาและมีความเห็นในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ และ นายกรัฐมนตรี ที่ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการ ซึ่งเป็นการกระทำผิดจริยธรรมตุลาการศาลปกครอง และยังผิดวินัยตามประกาศ ก.ศป. เรื่องวินัยแห่งการเป็นข้าราชการตุลาการศาลปกครอง

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การมาร้อง ป.ป.ช.ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้กระบวนการยุติธรรมของศาลปกครองสูงสุด เป็นที่เชื่อถือ ศรัทธา ยึดมั่น ถือมั่น ไว้วางใจ เป็นหลักประกันให้กับข้าราชการทุกหมู่เหล่าที่ถูกกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชาของตนเอง ที่เขาเหล่านั้นไม่ว่าจะยศมาก ยศน้อย แต่สามารถจับต้องความยุติธรรมจากสถานที่แห่งนี้ได้อย่างแท้จริง และจะต้องไม่ใช้คอนเนคชั่นที่ตนเองได้มาจากการเรียนหลักสูตรต่างๆ มากระทำเพื่อพวกพ้อง

“นายอนุวัติ ทราบแก่ใจอยู่แล้วว่า ตนเองเป็นเพื่อนเรียนหลักสูตร ศาลรัฐธรรมนูญ รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง แทนที่จะถอนตัวออกจากการพิจารณาพิพากษาคดี แต่กลับใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เจตนาช่วยเหลือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ โดยพิจารณาพิพากษาคดียกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกฟ้องคดี ทำให้ตนในฐานะผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย สูญเสียความยุติธรรม เสียโอกาสในการเจริญเติบโตก้าวหน้าในชีวิตรับราชการ เสื่อมเสียชื่อเสียงต่ออนาคตหน้าที่ราชการ” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าว

“บิ๊กโจ๊ก” เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. ฟันตุลาการเพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

คดีนี้มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่าน การที่ “บิ๊กโจ๊ก” ตัดสินใจร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี

การที่ตุลาการถูกกล่าวหาว่าไม่ได้วางตัวเป็นกลางเนื่องจากมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคู่ความอีกฝ่ายเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในคดีนี้คือ:

  • ป.ป.ช. จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างไร?
  • จะมีผลกระทบต่อตำแหน่งของตุลาการที่ถูกกล่าวหาหรือไม่?
  • คดีนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่าง “บิ๊กโจ๊ก” และ ผบ.ตร. อย่างไร?

เรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความยุติธรรมและความโปร่งใสในระบบราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ

การดำเนินคดี “บิ๊กโจ๊ก” เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. ฟันตุลาการเพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ นี้จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย

เราต้องติดตามกันต่อไปว่า ป.ป.ช. จะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้ และผลลัพธ์ของคดีจะเป็นอย่างไร จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่ว่ากระบวนการยุติธรรมสามารถตรวจสอบได้และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง “บิ๊กโจ๊ก” เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. ฟันตุลาการเพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นเรื่องที่สังคมต้องร่วมกันจับตามองอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “บิ๊กโจ๊ก” เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. ฟันตุลาการเพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: