“บุญฤทธิ์” ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับแก๊งยาและรับเงินรายเดือน ยอมรับเป็นกรรมการ 1 ใน 4 บริษัทเครือข่ายนี้ ขอโทษพรรค-ประชาชน หลังจากนี้ลงการเมืองไม่ได้อีกแล้ว
ต่อมาเวลา 10.45 น. วันที่ 29 ธ.ค. 68 ที่ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ควบคุมนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 พรรคประชาชน และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ลงมาพิมพ์ลายนิ้วมือ
ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก นายบุญฤทธิ์ ถึงกรณีที่ถูกจับกุม ซึ่ง นายบุญฤทธิ์ ปฏิเสธว่าเรื่องที่รับเงินเป็นรายเดือนนั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่องใด ๆ เกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดทั้งสิ้น แต่ยอมรับว่าเป็นกรรมการ 1 ใน 4 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายยาเสพติดรายนี้

นายบุญฤทธิ์ ยังกล่าวขอโทษพรรคประชาชนและประชาชนทุกคน โดยยืนยันว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและยอมรับที่ทำผิดนโยบายมีส้มไม่มีเทา พร้อมกล่าวว่า หลังจากนี้คงไม่อาจจะลงเล่นการเมืองได้อีกแล้ว ส่วนเรื่องคดี ต้องพูดคุยกันอีกที
ทั้งนี้ทีมข่าวสังเกตเห็นว่า นายบุญฤทธิ์ ค่อนข้างอิดโรย สวมแว่นตา และสวมหน้ากากอนามัย พร้อมตอบคำถามผู้สื่อข่าวทุกคำถาม
ก่อนหน้านี้นำผู้ต้องหาออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ตำรวจชุดจับกุมได้ทยอยนำพยานหลักฐานสำคัญในคดีเข้ามายังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จะมีการแถลงผลการปฏิบัติการในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
“บุญฤทธิ์” ปัดเอี่ยวเครือข่ายยาเสพติด ขอโทษพรรค-ประชาชน
จากกรณีข่าวดังกล่าว นายบุญฤทธิ์ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดเกี่ยวกับการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด และได้ทำการขอโทษพรรคประชาชน รวมถึงประชาชนชาวไทยสำหรับการกระทำที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการพิสูจน์ความผิดอย่างชัดเจน แต่การที่ชื่อของเขาเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดก็ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคและการเมืองโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบทางการเมืองจากกรณี “บุญฤทธิ์” ปัดเอี่ยวเครือข่ายยาเสพติด ขอโทษพรรค-ประชาชน
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับนักการเมืองและผู้ที่ต้องการเข้าสู่สนามการเมืองว่า การตรวจสอบประวัติและความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง พรรคการเมืองเองก็ต้องมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนประชาธิปไตย
คดีของนายบุญฤทธิ์ ยังคงอยู่ในกระบวนการสอบสวน และต้องติดตามกันต่อไปว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ของนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทย
การออกมาปฏิเสธของนายบุญฤทธิ์ และการขอโทษต่อพรรคและประชาชน แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบเบื้องต้น แต่กระบวนการยุติธรรมจะต้องดำเนินต่อไป เพื่อพิสูจน์ความจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ที่มา – “บุญฤทธิ์” ปัดเอี่ยวเครือข่ายยาเสพติด ขอโทษพรรค-ประชาชน จากนี้ลงการเมืองไม่ได้อีก




