ในยุคที่การท่องเที่ยวและการค้าของไทยกำลังฟื้นตัว ปัญหาเรื่อง ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพและปากท้องของพี่น้องประชาชนชาวไทยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เริ่มมีธุรกิจของชาวต่างชาติเข้ามาผูกขาดจนน่ากังวล
ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง
นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความกังวลใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ปัจจุบันเราเริ่มเห็นภาพชัดเจนในธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมที่พนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เนื่องจากถูกแทนที่ด้วยแรงงานข้ามชาติและผู้บริหารต่างชาติ ซึ่งแน่นอนว่าคำถามที่ตามมาคือ คนไทยกำลังสูญเสียโอกาสในอาชีพของตนเองหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการกดค่าจ้างที่แรงงานข้ามชาติมักมีอำนาจต่อรองต่ำกว่า ทำให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มฉวยโอกาสนี้ในการลดต้นทุน ซึ่งเป็นการกระทำที่เอาเปรียบแรงงานไทยและผิดกฎหมาย
มาตรการที่รัฐต้องเร่งดำเนินการจัดการปัญหา ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ
เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและการอยู่รอดของธุรกิจไทย ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบอย่างจริงจังใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้:
- ตรวจสอบที่มาของเงินทุน: ต้องมั่นใจว่าธุรกิจที่เข้ามาประกอบกิจการใช้ทุนใสสะอาด ไม่ใช่การฟอกเงินหรือใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้า
- คุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น: รัฐต้องสร้างกลไกสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยสามารถแข่งขันและเติบโตเคียงคู่ไปกับเศรษฐกิจได้ ไม่ถูกทุนใหญ่จากต่างชาติเข้ามายึดตลาด
- ปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม: การส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียวิถีชีวิตหรือความเป็นไทย เพราะวัฒนธรรมคือจุดแข็งสำคัญที่เราไม่ควรทิ้ง
ท้ายที่สุดแล้ว การเปิดรับการลงทุนจากต่างชาตินั้นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดภาวะที่คนไทยต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านตัวเอง เราเชื่อว่าหากมีการกำกับดูแลที่ดี การเติบโตทางเศรษฐกิจจะสามารถควบคู่ไปกับการรักษาอาชีพและสวัสดิภาพของคนไทยได้อย่างสมดุล
ที่มา – ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง


