สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในยุคที่ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และ PM0.1 กำลังกลายเป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพคนเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคเหนือ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องสำคัญจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เพิ่งจัดเสวนา “กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่ Forum ครั้งที่ 3” หัวข้อ “ฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ คืนชีวิตให้เมือง” ซึ่งตรงกับประเด็น ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1 ชูโมเดลเศรษฐกิจเปลี่ยนการเผาป่าเป็นปลูกไม้มีค่า เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
งานนี้จัดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 ที่กรุงเทพฯ มีผู้เชี่ยวชาญตัวจริงอย่าง ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันภัยพิบัติ และดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐ เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม มาร่วมเสวนา โดยมี ส.ส.สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ และดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคดูแลนโยบายมาร่วมฟังด้วย
ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1
ศ.ดร.ศิวัช เปิดประเด็นด้วยการก้าวข้ามค่าฝุ่น PM2.5 ไปสู่ PM0.1 ซึ่งเล็กลงและอันตรายกว่า เพราะทะลุเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้เราไม่รู้ตัวว่ากำลังสูดสารพิษอะไรเข้าไปบ้าง ค่าฝุ่นต่ำไม่ได้แปลว่าอากาศดีเสมอไป เพราะฝุ่นน้อยอาจแฝงสารก่อมะเร็ง (PAHs) สูง ในขณะที่ฝุ่นมากอาจมีสารพิษน้อยกว่า การดูแค่ AQI พื้นฐานจากก๊าซจึงไม่พอ ต้องโฟกัสสารก่อมะเร็งและโลหะหนัก เช่น สารหนู แคดเมียม ปรอท ตะกั่ว จากแหล่งกำเนิดอย่างการปิ้งย่าง เตาเผาขยะ โรงงาน
ผลกระทบไม่ใช่แค่ปอด แต่รวมถึงโรคเบาหวาน โรคไต อัลไซเมอร์ ใน กทม. ต้นตอหลักคือยานพาหนะ แต่มีฝุ่นทุติยภูมิจากปฏิกิริยาเคมีของก๊าซ VOCs BVOCs NOx NH3 SO2 การจัดการยากเพราะฝุ่นข้ามเขตตามลม ผู้ว่าฯ กทม. อาจไม่ครอบคลุม นอกจากนี้ยังโยงกับ climate change เพราะ OC และ EC ในฝุ่นส่งผลต่อภาวะโลกร้อน
ข้อเสนอแนะจากศ.ดร.ศิวัช เพื่ออากาศสะอาด
- ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ทันสมัย บรรจุมาตรฐานสารก่อมะเร็ง
- ปลูกต้นไม้ชาญฉลาด เลือกพันธุ์ดูดฝุ่นดี ไม่ปล่อย BVOCs มาก ใช้ biodiversity ไทย
- ยกระดับเทคโนโลยี AI Data เซนเซอร์ดาวเทียม ข้อมูล 3 มิติ
- มาตรการระยะสั้น-ยาว: ขยาย monitoring network ควบคุมดีเซล ส่งเสริม WFH Early Warning System
ส่วนดร.บัณฑูร ชำแหละปัญหาว่ารัฐทำงานแบบฤดูกาล ตื่นตัวแค่ 3-4 เดือนช่วงฝุ่น แล้วลืม งบน้อย กระจายอำนาจกลวง รากเหง้าคือความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เช่น ชุมชนในอุทยานดอยสุเทพ 54 แห่ง แต่รัฐจัดการแค่ 1 แห่ง กฎหมาย command-control ไม่พอ ต้องใช้ science-tech
ยุทธศาสตร์ 8-3-1 คือกุญแจ: 8 เดือน ทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง แก้สาเหตุ สร้างเศรษฐกิจชุมชน จัดการเชื้อเพลิง ปลดล็อกโครงสร้าง ตัวอย่างลำปางเปลี่ยนข้าวโพดเป็นมะม่วง สิงห์บุรีไร่อ้อยไม่เผา ลดฝุ่นได้ 30% 3 เดือน รับมือวิกฤต สนับสนุนหน้างานอุทยานฯ ที่ขาดแคลน 1 Project Mega Project เปลี่ยนเศรษฐกิจ Nature Positive ปลูกไม้ระยะสั้น-ยาว สร้างรายได้ ลดเผา ลดยากจน บรรลุ Net Zero
เสนอ 1 Big Project ใน 4 จังหวัดเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน กรณีเชียงใหม่: สำรวจป่า จัดสรรสิทธิชุมชน ปรับกฎแยกอุทยาน-ป่าชุมชน
โมเดลเปลี่ยนเผาป่าเป็นปลูกไม้มีค่า
โมเดลนี้เด่น ชูเศรษฐกิจบวก สมดุลสิ่งแวดล้อม-ปากท้อง ปลูกไม้ขายได้ใน 2-10 ปี ทำเฟอร์นิเจอร์ แก้เผาป่า ลดฝุ่น ช่วย Net Zero
ยุทธศาสตร์นี้ดูมีอนาคตสดใส หากรัฐนำไปใช้จริง จะคืนฟ้าสะอาดให้คนไทยได้แน่นอน คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ประสบการณ์เจอฝุ่นพิษ หรือไอเดียแก้ปัญหาในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ติดตามบล็อกเพื่อข่าวสารสิ่งแวดล้อมและนโยบายดีๆ เพิ่มเติม!
ที่มา – ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1 ชูโมเดลเศรษฐกิจเปลี่ยนเผาป่าเป็นปลูกไม้มีค่า





