สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องพลังงานที่ใกล้ตัวเรามากๆ เลย นั่นคือ ปตท. ยืนยันไม่ขาด “น้ำมัน” แบกรับต้นทุนจัดหา เพื่อให้คนไทยมีน้ำมันใช้แบบไม่สะดุด แม้สถานการณ์โลกจะวุ่นวายแค่ไหน ปตท. ก็ยังจัดการได้อย่างมือโปร คุณเคยกังวลไหมเวลาข่าวราคาน้ำมันพุ่ง หรือกลัวรถคันโปรดจะเติมน้ำมันไม่ได้? วันนี้เราจะเล่าให้ฟังแบบละเอียดเลยครับ
ปตท. ยืนยันไม่ขาด “น้ำมัน” แบกรับต้นทุนจัดหา
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลามมานานกว่า 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ปตท. ไม่นิ่งนอนใจ ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบทันที โดยหันไปซื้อจากแหล่งนอกพื้นที่เสี่ยง แม้ราคาจะแพงหูฉี่ แต่ก็ยอมแบกรับ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน นี่แหละครับที่เรียกว่า ปตท. ยืนยันไม่ขาด “น้ำมัน” แบกรับต้นทุนจัดหา แบบเต็มตัว
ตัวอย่างชัดๆ เลยคือ เรือ Serifos ที่บรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง 2 ล้านบาร์เรล ติดค้างที่ท่าเรือชาร์จาห์ (Sharjah Ports) ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 เพราะความตึงเครียด ปตท. ไม่รอช้า จัดหาน้ำมันทดแทนจากพันธมิตรทั่วโลกทันที ใช้เครือข่ายการค้าที่แข็งแกร่ง ทำให้ไทยยังมีน้ำมันหมุนเวียนใช้ต่อเนื่อง แม้ตลาดโลกจะตึงตัว ราคาน้ำมันดิบพุ่งไป 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล!
แบกรับต้นทุนสูงขนาดไหน?
การตัดสินใจซื้อตอนราคาสูงสุด ทำให้ปตท. ขาดทุนระยะสั้นประมาณ 500-1,000 ล้านบาท แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคง ไม่ใช่แค่ธุรกิจธรรมดา หลังจากนั้น เมื่อสหรัฐและอิหร่านหยุดยิงชั่วคราววันที่ 10 เมษายน 2569 เรือ Serifos ก็ออกเดินทางได้ ล่าช้า 1 เดือน คาดถึงไทย 21 เมษายน นี่คือตัวอย่างการบริหารความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม
ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ราคาน้ำมันโลกพุ่งยังทำให้กลุ่ม ปตท. ต้องรับภาระสภาพคล่องเพิ่มมหาศาล ดังนี้
- หลักประกันจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) กว่า 63,000 ล้านบาท
- เงินทุนหมุนเวียนสำหรับน้ำมันและก๊าซ เพิ่ม 137,000 ล้านบาท
- เงินค้างชำระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 35,000 ล้านบาท
รวมกว่า 230,000 ล้านบาท ส่งผลต้นทุนดอกเบี้ยพุ่งกว่า 7,000 ล้านบาท แต่ปตท. ไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคเลยสักบาท! ต้นทุนทั้งหมดนี้คือเกราะป้องกันให้คนไทยมีน้ำมันใช้ในยามวิกฤต น่าชื่นชมจริงๆ ครับ
ทำไมปตท. ถึงทำแบบนี้?
ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ปตท. มองไกลกว่ารายได้ระยะสั้น พวกเขาบริหารทั้งพลังงานและการเงินอย่างสมดุล เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สถานการณ์แบบนี้สอนให้เราเห็นว่า พลังงานคือหัวใจเศรษฐกิจไทย ถ้าขาดน้ำมัน ทุกอย่างหยุดชะงัก ตั้งแต่โรงงาน รถบรรทุก ไปจนถึงรถส่วนตัวของคุณและผม
เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าไม่มีปตท. คอยยืนหยัดแบบนี้ เราคงเจอปัญหาใหญ่กว่านี้เยอะ นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้รัฐบาลและหน่วยงานอื่นๆ ต้องเร่งกระจายแหล่งพลังงานให้หลากหลาย ลดการพึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไป ในอนาคต ไทยควรลงทุนพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง เช่น น้ำมันชีวภาพหรือไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เจอวิกฤตซ้ำ
สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่า ปตท. ยืนยันไม่ขาด “น้ำมัน” แบกรับต้นทุนจัดหา คือความรับผิดชอบที่แท้จริงต่อชาติ มันทำให้เรามั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤตไปได้ ลองแชร์ความคิดเห็นของคุณหน่อยสิครับ ว่าคุณคิดยังไงกับการจัดการครั้งนี้? หรือมีข้อเสนอแนะอะไรสำหรับความมั่นคงพลังงานไทยบ้าง ติดตามข่าวสารพลังงานและ SEO tips เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเราเลยนะครับ!
ที่มา – ปตท. ยืนยันไม่ขาด “น้ำมัน” แบกรับต้นทุนจัดหา รักษาความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคนไทย

