ประชาธิปัตย์ ประณามขบวนการลักลอบทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี

ประชาธิปัตย์ประณามทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี

ประชาธิปัตย์ประณามทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี หลังพบปัญหาการลักลอบขนย้ายและทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC รวมถึงจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพราะมลพิษจากสารเคมีอาจส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในระยะยาว

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัยจากทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ หรือ BluePrint แถลงจุดยืนของพรรคต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรม โดยระบุว่า พรรคติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” เพื่อรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ข้อมูลที่ได้รับช่วยสะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากกลิ่นผิดปกติ น้ำเสีย ดินปนเปื้อน และความไม่มั่นใจต่อความปลอดภัยของพื้นที่อยู่อาศัย

ประชาธิปัตย์ประณามทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี

พรรคประชาธิปัตย์มองว่า การลักลอบทิ้งกากสารเคมีไม่ใช่เพียงปัญหาการจัดการขยะอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่เป็นอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมที่อาจพัฒนาเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต หากพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งน้ำ และชุมชนได้รับการปนเปื้อนจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ ประชาชนก็จะสูญเสียรายได้ ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และอาจต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อสุขภาพ

แม้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะลงพื้นที่ตรวจสอบและปราบปรามมากกว่า 61 จุด แต่ยังมีคำถามสำคัญว่าทำไมเหตุการณ์ลักษณะจับแล้วปล่อยจึงเกิดขึ้นซ้ำหลายปี การดำเนินคดีที่ไม่เด็ดขาดอาจทำให้ผู้กระทำผิดมองว่าความเสี่ยงต่ำ ขณะที่ผลกำไรจากการลดต้นทุนกำจัดกากสารเคมียังสูง จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางของโรงงาน ผู้รับขนส่ง ผู้รับกำจัด ไปจนถึงผู้มีอำนาจหรือกลุ่มทุนที่อาจอยู่เบื้องหลัง

ประชาธิปัตย์ประณามทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี พร้อมเสนอทางออก

เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลในทางปฏิบัติ พรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางสำคัญ 3 ด้าน โดยเน้นการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การดูแลประชาชนเชิงรุก และการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง

  • ใช้หลัก Mass Balance ตรวจสอบขยะอุตสาหกรรม: กระทรวงอุตสาหกรรมควรยกระดับระบบ e-Manifest โดยเปรียบเทียบปริมาณวัตถุดิบที่นำเข้าโรงงานกับปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริง หลักสมดุลมวลจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามได้ว่ากากสารเคมีมาจากโรงงานใด ผ่านผู้ขนส่งรายใด และถูกนำไปกำจัดที่ไหน หากข้อมูลไม่สอดคล้องกันก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้รวดเร็วขึ้น
  • ส่งทีมสาธารณสุขลงพื้นที่ทันที: ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเสี่ยงควรได้รับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง ตับ ไต และความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับสารพิษ การดูแลไม่ควรรอให้กฎหมายอากาศสะอาดมีผลบังคับใช้ เพราะความเสียหายต่อสุขภาพบางอย่างอาจสะสมและรักษาได้ยาก
  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินและยกระดับความผิด: การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและการลักลอบทิ้งกากสารเคมีควรได้รับการพิจารณาให้เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานตรวจสอบบัญชี การโอนเงิน และทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางนี้จะช่วยตัดวงจรผลประโยชน์และทำให้ผู้กระทำผิดไม่สามารถใช้บริษัทหรือบุคคลอื่นเป็นตัวแทนได้ง่าย

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ ประชาชนไม่ควรต้องรับภาระจากกิจกรรมอุตสาหกรรมเพียงฝ่ายเดียว การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ควรเดินหน้าไปพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อชุมชน โรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ควรถูกทำให้เสียเปรียบจากผู้ประกอบการที่ลดต้นทุนด้วยการลักลอบทิ้งของเสีย ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง

การแก้ปัญหา ประชาธิปัตย์ประณามทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี จึงไม่ควรจบลงเพียงการจับกุมหรือการแถลงข่าว แต่ต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ หากประชาชนพบเห็นรถขนกากสารเคมี การทิ้งของเสียผิดปกติ หรือมีกลิ่นและน้ำเสียในชุมชน ควรเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียน

เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของรัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน ทุกฝ่ายควรช่วยกันผลักดันให้การจัดการกากอุตสาหกรรมมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อรักษาสุขภาพของคนในพื้นที่และอนาคตของสิ่งแวดล้อมไทย

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ประณามขบวนการลักลอบทิ้งกากสารเคมี EEC-ปราจีนบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: