ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เจ้าของฉายา 'สส.เอลวิส' อดีต สส.เมืองพระยาพิชัยดาบหัก

ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ นักการเมืองดัง

ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เป็นเรื่องราวของนักการเมืองไทยที่มีบุคลิกโดดเด่นและเป็นที่จดจำในแวดวงการเมือง ด้วยทรงผม หนวดเครา และลีลาการอภิปรายที่มีเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่า “สส.เอลวิส” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ผ่านสนามการเมืองมาแล้วหลายสมัยและสังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค

ชื่อของเขามักปรากฏในข่าวการเมืองจากทั้งบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร การแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลและพรรคต้นสังกัด รวมถึงเหตุการณ์ทางการเมืองที่สร้างความสนใจให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ต้องการทำความรู้จักนักการเมืองรายนี้ให้มากขึ้น บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เส้นทางการศึกษา เส้นทางการเมือง และบทบาทของครอบครัวไว้อย่างเป็นลำดับ

ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ

ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 ในย่านสำเพ็ง เยาวราช กรุงเทพมหานคร เติบโตในครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋ว โดยมีบิดาชื่อ นายสกล ศรัณย์เกตุ และมารดาชื่อ นางพรรณี ศรัณย์เกตุ ปัจจุบันมีอายุ 68 ปีตามข้อมูลที่เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2569

บุคลิกภายนอกของศรัณย์วุฒิมีความโดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะทรงผมและหนวดเคราสีเข้มที่ทำให้หลายคนเปรียบเทียบกับเอลวิส เพรสลีย์ นักร้องชื่อดังระดับโลก จึงเป็นที่มาของฉายา “สส.เอลวิส” นอกจากรูปลักษณ์แล้ว เขายังมีสไตล์การพูดและการอภิปรายที่ตรงไปตรงมา กล้าแสดงจุดยืน และมักใช้ถ้อยคำที่ทำให้ประเด็นทางการเมืองได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชน

เส้นทางการศึกษาและครอบครัว

ด้านการศึกษา ศรัณย์วุฒิสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากสถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาบริหารภาครัฐและเอกชน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ความรู้ด้านรัฐศาสตร์และการบริหารช่วยสนับสนุนการทำงานในฐานะนักการเมืองและผู้ทำงานด้านนโยบายสาธารณะ

ในด้านครอบครัว ศรัณย์วุฒิมีบุตรสาว 3 คน ซึ่งต่างมีเส้นทางเกี่ยวข้องกับแวดวงการเมืองและงานภาครัฐ ได้แก่

  • จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่
  • ดาริกา ศรัณย์เกตุ เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ตามข้อมูลการเลือกตั้งปี 2569

บทบาทของครอบครัวสะท้อนให้เห็นว่า ศรัณย์วุฒิให้ความสนใจและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในครอบครัวให้เข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองไทย แม้แต่ละคนจะอยู่ต่างพรรคหรือต่างตำแหน่งกันก็ตาม

เส้นทางการเมืองของศรัณย์วุฒิ

ศรัณย์วุฒิได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 ในนามพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2562 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวสังกัดพรรคเพื่อไทย เขาจึงถือเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ในสนามเลือกตั้งและทำงานในสภาฯ มาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดเส้นทางการเมือง เขาเคยสังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค ได้แก่ พรรคไทยรักไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคโอกาสใหม่ การเปลี่ยนแปลงสังกัดพรรคทำให้ชื่อของเขาได้รับความสนใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองหรือการปรับโครงสร้างภายในพรรค

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างภาพจำให้กับประชาชน คือการแต่งกายเป็นขุนศึกคู่ใจพระยาพิชัยดาบหัก ขี่ม้าพร้อมชูดาบไปสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นการสื่อถึงประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ นอกจากนี้ยังเคยท้าทาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดวลปืนบริเวณหน้าวัดพระแก้ว เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเป็นนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์แตกต่างและจดจำได้ง่าย

ประเด็นขัดแย้งและการเปลี่ยนพรรค

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564 พรรคเพื่อไทยมีมติขับศรัณย์วุฒิออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์และฝักใฝ่พรรคอื่น รวมถึงการแถลงข่าวที่ถูกมองว่าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคและอาจเข้าข่ายผิดข้อบังคับพรรค รวมถึงผิดวินัยและจริยธรรม

ต่อมาในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ศรัณย์วุฒิออกมาเปิดเผยจุดยืนและวิพากษ์กลุ่มผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทย โดยใช้คำว่า “ปีศาจในห้องแอร์” จนกลายเป็นวลีที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมือง เหตุการณ์นี้สะท้อนสไตล์การเมืองของเขาที่มักแสดงความเห็นอย่างชัดเจนและไม่หลีกเลี่ยงประเด็นที่มีความขัดแย้ง

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่อชาติมีมติให้ศรัณย์วุฒิขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ โดยเขาประกาศเป้าหมายที่จะนำพรรคไปสู่การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 เกิดความขัดแย้งภายในพรรค เมื่อโฆษกพรรคออกมาเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง โดยอ้างถึงปัญหาการบริหารงานและภาวะผู้นำ

ในปี พ.ศ. 2566 ศรัณย์วุฒิย้ายไปสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และสร้างกระแสข่าวอีกครั้งจากการเดินทางไปสมัครสมาชิก พร้อมทำพิธีคุกเข่าขอขมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาพดังกล่าวถูกนำเสนออย่างกว้างขวางและกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา

บทบาททางการเมืองในปัจจุบัน

จากข้อมูลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 ศรัณย์วุฒิไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในนามพรรคโอกาสใหม่ อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีบทบาททางการเมืองผ่านการสนับสนุนบุตรสาว คือ รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็น สส. จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 1 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงคนเดียวของพรรคโอกาสใหม่

เมื่อมองภาพรวม ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องตำแหน่งทางการเมือง แต่ยังสะท้อนการต่อสู้ทางความคิด การปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมือง และการสร้างตัวตนที่แตกต่างในสนามการเมืองไทย เขาเป็นนักการเมืองที่มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้วิพากษ์วิจารณ์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคลิกและการแสดงออกของเขาทำให้ชื่อ “สส.เอลวิส” ยังคงเป็นที่จดจำ

สำหรับผู้สนใจข่าวการเมือง ควรติดตามข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาบริบทของแต่ละเหตุการณ์อย่างรอบด้าน เพราะเส้นทางของนักการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และกติกาทางการเมือง การทำความเข้าใจ ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ จึงช่วยให้เห็นภาพการเมืองไทยในมิติที่หลากหลายมากขึ้น

ที่มา – ประวัติ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เจ้าของฉายา “สส.เอลวิส” อดีต สส.เมืองพระยาพิชัยดาบหัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: