ปูตินประกาศหยุดยิงกับยูเครน ตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ของนิกายออร์โธดอกซ์ ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความหวังท่ามกลางสงครามยืดเยื้อกว่า 4 ปี โดยทั้งสองฝ่ายแสดงเจตจำนงให้พักรบในช่วงเวลาสำคัญทางศาสนานี้
ปูตินประกาศหยุดยิงกับยูเครน ตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 รัฐบาลเครมลินของรัสเซียได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งหยุดยิงชั่วคราวกับยูเครน ตั้งแต่เวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 11 เมษายน 2569 (หรือ 20:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จนสิ้นสุดในวันที่ 12 เมษายน เพื่อถวายเป็นพระเกียรติแด่เทศกาลอีสเตอร์ของคริสตจักรออร์โธดอกซ์
เครมลินระบุเพิ่มเติมว่า เสนาธิการทหารรัสเซียได้รับคำสั่งให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ โดยกองกำลังพร้อมตอบโต้หากเกิดการยั่วยุจากฝ่ายยูเครน และคาดหวังให้เคียฟปฏิบัติตามด้วยเช่นกัน การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเสนอพักรบช่วงวันหยุดผ่านทางสหรัฐอเมริกา
ข้อเสนอหยุดยิงจากฝั่งยูเครน
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน เซเลนสกีได้ส่งข้อเสนอหยุดยิงช่วงอีสเตอร์ไปยังรัสเซีย โดยหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาสันติภาพที่หยุดชะงักมานาน การเจรจาหลายรอบที่สหรัฐนำมาก่อนหน้านี้ล้มเหลว เนื่องจากมอสโกเรียกร้องให้ยูเครนยอมสละดินแดนบางส่วนและเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ซึ่งเซเลนสกีมองว่าเป็นการยอมจำนน
พื้นหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน
สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2565 (ค.ศ. 2022) และยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันกว่า 4 ปี สร้างความสูญเสียชีวิตผู้คนหลายแสนราย ผู้ลี้ภัยนับล้านคน และกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงที่สุดในยุโรปนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจัยเร่งให้การเจรจาติดขัดยังรวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิสราเอล-อิหร่าน ที่ดึงความสนใจของสหรัฐ
- จุดเริ่มต้น: รัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2565 อ้างปกป้องชาวรัสเซียในดอนบาส
- การเจรจาครั้งสำคัญ: รอบที่ตุรกีและซาอุดีอาระเบีย แต่ไม่สำเร็จ
- ผลกระทบ: เศรษฐกิจโลกชะงักจากราคาพลังงานพุ่ง
- ล่าสุด: ปูตินประกาศหยุดยิงกับยูเครน ตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์
ความสำคัญของเทศกาลอีสเตอร์ออร์โธดอกซ์
อีสเตอร์ของนิกายออร์โธดอกซ์ตรงกับเดือนเมษายนตามปฏิทินจูเลียน สำคัญต่อชาวรัสเซียและยูเครนซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนานี้ การหยุดยิงในช่วงนี้ไม่เพียงเป็นสัญญาณสันติภาพ แต่ยังสะท้อนค่านิยมทางศาสนาที่ทั้งสองฝ่ายเคารพ อาจเปิดประตูสู่การเจรจาระยะยาว
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการประกาศนี้อาจช่วยลดความตึงเครียดชั่วคราว ลดการสูญเสียชีวิต และเปิดโอกาสให้มนุษธรรมเข้าถึงพื้นที่รบได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังมี หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิด
ในมุมมองของผู้เขียน การหยุดยิงชั่วคราวนี้คือแสงสว่างในอุโมงค์มืด แม้จะสั้นแต่แสดงให้เห็นว่าการทูตและศาสนาสามารถเชื่อมโยงหัวใจมนุษย์ได้ สันติภาพถาวรต้องอาศัยความยืดหยุ่นจากทุกฝ่าย
ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!


