ป.ป.ช. สั่งฟันอดีตเลขาสกสค. ร่ำรวยผิดปกติ หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลกรณีนายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. โดยพบทรัพย์สินที่มีมูลค่ารวมประมาณ 35.99 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ที่ปรากฏในเอกสารภาษี
เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับอดีตผู้บริหารหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของครูและบุคลากรทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม มติชี้มูลของ ป.ป.ช. ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิต่อสู้คดีและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป
ป.ป.ช. สั่งฟันอดีตเลขาสกสค. ร่ำรวยผิดปกติ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช. มีมติชี้มูลนายสมศักดิ์ ตาไชย กรณีร่ำรวยผิดปกติในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ สกสค. ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 และช่วงที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2558
จากการไต่สวน ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อมูลรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด.91 ของนายสมศักดิ์และคู่สมรสในช่วงปีภาษี 2552-2558 พบว่ามีรายได้หลักจากเงินเดือนและค่าตอบแทนรวม 16,488,873 บาท โดยไม่ปรากฏรายได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ในรายการภาษี
ขณะเดียวกัน การตรวจสอบพบทรัพย์สินหลายรายการที่อยู่ในชื่อของนายสมศักดิ์ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งหมด 17 รายการ คิดเป็นมูลค่า 35,991,076 บาท ป.ป.ช. จึงเห็นว่าทรัพย์สินดังกล่าวมีจำนวนมากผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่ปรากฏ และไม่พบมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายในเบื้องต้น
รายละเอียดทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. ตรวจพบ
ทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายการไต่สวนมีหลายประเภท ตั้งแต่เงินฝากธนาคาร ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ไปจนถึงเงินที่นำไปชำระหนี้เงินกู้ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- เงินฝากธนาคาร: บัญชีในชื่อนายสมศักดิ์ 1 บัญชี มูลค่าประมาณ 3.91 ล้านบาท และบัญชีในชื่อคู่สมรส 2 บัญชี รวมมูลค่าประมาณ 5.7 ล้านบาท
- ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ทรัพย์สินในชื่อนายสมศักดิ์และคู่สมรสจำนวน 4 รายการ มูลค่าประมาณ 5.5 ล้านบาท รวมถึงทรัพย์สินในชื่อบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก 2 รายการ มูลค่าประมาณ 19,629,100 บาท
- เงินชำระหนี้เงินกู้: เงินที่นำไปชำระหนี้เงินกู้พิเศษของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงใหม่ จำกัด ในชื่อคู่สมรส จำนวน 1,251,976 บาท
เมื่อพิจารณาภาพรวม ป.ป.ช. ระบุว่าทรัพย์สินดังกล่าวมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับรายได้ที่นายสมศักดิ์และคู่สมรสยื่นไว้ต่อกรมสรรพากร ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ที่มาของทรัพย์สิน ความสามารถในการมีทรัพย์สิน และเอกสารหรือพยานหลักฐานที่สามารถอธิบายการได้มาของทรัพย์สินแต่ละรายการได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนหลังมีมติชี้มูล
หลังจากมีมติชี้มูล ป.ป.ช. จะส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ขั้นตอนดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาของศาล ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คู่ความนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม
นอกจากการส่งสำนวนให้ดำเนินคดีแล้ว ป.ป.ช. ยังแจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยมีกรอบเวลาให้สั่งลงโทษไล่ออกผู้ถูกกล่าวหาภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ การดำเนินการทางวินัยและการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นกระบวนการที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
กรณี ป.ป.ช. สั่งฟันอดีตเลขาสกสค. ร่ำรวยผิดปกติ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานภาครัฐ การตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินไม่เพียงช่วยป้องกันการทุจริต แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและบุคลากรในหน่วยงานด้วย
สำหรับประชาชน ควรติดตามคดีนี้จากข้อมูลของหน่วยงานรัฐและคำพิพากษาศาลเป็นหลัก เพราะข้อกล่าวหาและมติชี้มูลยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุด การเคารพกระบวนการยุติธรรมควบคู่กับการตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างโปร่งใส จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในระยะต่อไป
ที่มา – ป.ป.ช. สั่งฟัน อดีตเลขาสกสค. ร่ำรวย มีทรัพย์สินมากผิดปกติ


