กรณี ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน” กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงข่าวอาชญากรรมช่วงนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่บุกจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนวัย 30 ปี ที่ซุกซ่อนคลังแสงอาวุธปืนขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ที่น่าตกใจคือ ในกองอาวุธที่พบนั้น มีปืนพกของเจ้าหน้าที่ตำรวจผสมอยู่ด้วย สร้างความฮือฮาและคำถามถึงความรับผิดชอบของตำรวจไทย
ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน”
พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว โดยมี พ.ต.อ.ธนกฤต บุญเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวออกมาตั้งแต่วันก่อนหน้า
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนบุกค้นที่พักของนายหมิงเฉิน ซัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบอาวุธปืนและกระสุนจำนวนมาก โดยบางกระบอกจากเป็นของหน่วยงานตำรวจ ซึ่งเชื่อว่าอาจมีการรั่วไหลจากภายใน สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตำรวจ 2 นายจาก บก.น.2 ที่ถูกกล่าวหา
จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 2 นาย ได้แก่
- รองสารวัตร (รองสว.) สังกัดสถานีตำรวจนครบาลสายไหม (สน.สายไหม) ซึ่งเป็นเจ้าของปืนที่พบในคลังแสง
- สารวัตร (สว.) สังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลอื่นๆ ที่อยู่นอกสังกัดบก.น.2 ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม คณะกรรมการจะเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของอาวุธปืน รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ โดยผู้ถูกกล่าวหาจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ขั้นตอนการสอบสวนและการพิจารณาโทษ
ผบก.น.2 ระบุว่า การพิจารณาโทษจะทำหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนเท่านั้น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ รอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากเป็นคดีที่กระทบภาพลักษณ์โดยตรง
กรณี ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน” นี้นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาการควบคุมอาวุธในหน่วยงานราชการ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการละเมิดจริง อาจนำไปสู่การลงโทษทางวินัยหรืออาญา รวมถึงการปรับปรุงระบบการตรวจสอบอาวุธปืนของตำรวจให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ คดีของนายหมิงเฉิน ซัน ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ลักลอบค้าอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลจับกุมผู้ร่วมแก๊งเพิ่มเติม สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าตำรวจกำลังทำงานอย่างเต็มที่
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ กรณีนี้สะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ โดยเฉพาะอาวุธที่เป็นของอันตราย หากไม่แก้ไข อาจเกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต
สุดท้ายแล้ว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าความโปร่งใสและการตรวจสอบภายในต้องเข้มแข็ง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตคดีได้ที่เว็บไซต์ของเรา!
ที่มา – ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน”


