นายกฯ เผย ดึงงบปี 68 วงเงิน 2.5 หมื่นล้านทำ “คนละครึ่ง” ได้ แต่ต้องทัน ก.ย.นี้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณยืนยันว่างบประมาณมีเพียงพอต่อการสนองนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนต่างรอคอย
วันที่ 9 กันยายน 2568 นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลถึงความพร้อมในการดำเนินนโยบายตามรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจว่า “พร้อม ยืนยันว่างบประมาณมีพอ” เมื่อถามต่อไปว่าหากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ประกาศใช้ จะสามารถดำเนินการได้เลยหรือไม่ นายอนันต์ ตอบว่าใช่ รวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อถามถึงกรณีงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท ที่เหลือจาก 1.57 แสนล้านบาท สามารถนำมาดำเนินโครงการคนละครึ่งได้หรือไม่ นายอนันต์ ระบุ ต้องดูว่าจะใช้ทันสิ้นปีงบประมาณ 2568 หรือไม่ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ หากสามารถดำเนินการทันก็ต้องทำเลย.
ผอ.สำนักงบฯ เผย ดึงงบปี 68 วงเงิน 2.5 หมื่นล้านทำ “คนละครึ่ง” ได้ แต่ต้องทัน ก.ย.นี้
สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การกระตุ้นเศรษฐกิจจึงเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต การกลับมาของโครงการนี้จึงเป็นที่คาดหวังของประชาชนจำนวนมาก
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดึงงบประมาณปี 2568 มาใช้ในโครงการ “คนละครึ่ง” โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาถึงระยะเวลาการดำเนินงานที่เหลืออยู่ เนื่องจากปีงบประมาณ 2568 จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ หากสามารถดำเนินการได้ทันก็สามารถนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาเพื่อให้การดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในการดึงงบปี 68 มาทำ “คนละครึ่ง”
- ระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ: การเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่จำกัดเป็นสิ่งสำคัญ
- ความพร้อมของระบบ: ระบบการลงทะเบียนและการใช้จ่ายต้องมีความพร้อมและเสถียร เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้งานจำนวนมาก
- การประชาสัมพันธ์: การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับโครงการให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงและถูกต้อง
- การติดตามและประเมินผล: การติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและการประเมินผลกระทบของโครงการ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
การที่ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณออกมาให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการ “คนละครึ่ง” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
สุดท้ายนี้ การตัดสินใจว่าจะดึงงบประมาณปี 2568 มาใช้ในโครงการ “คนละครึ่ง” หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทุกคน
ที่มา – ผอ.สำนักงบฯ เผย ดึงงบปี 68 วงเงิน 2.5 หมื่นล้านทำ “คนละครึ่ง” ได้ แต่ต้องทัน ก.ย.นี้


