ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการรถโดยสารวอนรัฐคุมราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนหลักที่คิดเป็น 35-40% ของการดำเนินธุรกิจ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจต้องลดจำนวนเที่ยววิ่ง ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารทั่วไป
ผู้ประกอบการรถโดยสาร วอนรัฐคุมราคาน้ำมัน
วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นครชัย 21 จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการรถโดยสารกำลังเผชิญ จากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นลิตรละ 4-5 บาท ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% ซึ่งถือเป็นภาระหนักสำหรับอุตสาหกรรมนี้
ปกติแล้ว ต้นทุนการประกอบการรถโดยสารก็สูงกว่าค่าโดยสารที่เรียกเก็บจากผู้โดยสารอยู่แล้ว โดยผู้ประกอบการต้องแบกรับราคาน้ำมันในอัตราที่เท่ากับประชาชนทั่วไป ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ หากราคายังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจะต้องสำรวจจำนวนเที่ยววิ่งทั้งหมด เพื่อเสนอต่อกรมการขนส่งทางบก ขอปรับลดเที่ยวให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถโดยสาร วอนรัฐคุมราคาน้ำมัน
น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลักที่ใหญ่ที่สุดในการดำเนินธุรกิจรถโดยสารประจำทาง เมื่อราคาพุ่งขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อกำไรและความสามารถในการแข่งขัน หากต้องลดเที่ยววิ่ง จะทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในเส้นทางสายหลักอย่างนครราชสีมา-กรุงเทพฯ หรือเส้นทางเหนือ-อีสาน ผู้โดยสารอาจต้องรอคิวนานขึ้น หรือหันไปใช้วิธีการเดินทางอื่นที่แพงกว่า
- ต้นทุนน้ำมันเพิ่ม 10% จากราคาขึ้นล่าสุด
- อาจลดเที่ยววิ่งหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
- ไม่มีมาตรการ补贴ราคาน้ำมันสำหรับผู้ประกอบการ
บริษัท นครชัย 21 จำกัด ให้บริการเส้นทางนครราชสีมา-กรุงเทพฯ วันละ 58 เที่ยวทั้งขาไปและขากลับ ขณะที่บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด ครอบคลุมเส้นทางเหนือ อีสาน และภาคกลาง เช่น นครราชสีมา-เชียงใหม่, นครราชสีมา-แม่สาย, นครราชสีมา-มุกดาหาร และนครราชสีมา-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ประชาชนพึ่งพา
ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐจากผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการรถโดยสารวอนรัฐคุมราคาน้ำมัน โดยเสนอให้มีมาตรการเฉพาะสำหรับกลุ่มรถโดยสาร เช่น ควบคุมราคาน้ำมันให้กับผู้ประกอบการโดยตรง หรือปรับลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์อะไหล่รถโดยสาร เพื่อลดต้นทุนโดยรวม นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ
สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบขนส่งสาธารณะต่อปัจจัยภายนอก หากรัฐบาลสามารถแทรกแซงได้ทันท่วงที จะช่วยรักษาบริการเดินทางราคาประหยัดให้กับประชาชนได้
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐควรมีกองทุนสำรองน้ำมันหรือนโยบายพลังงานทางเลือก เช่น ส่งเสริมรถโดยสารไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าในอนาคต นี่คือโอกาสให้ภาครัฐและผู้ประกอบการร่วมมือกัน สร้างความมั่นคงให้ระบบขนส่ง
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและขนส่งเพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ผู้ประกอบการรถโดยสาร วอนรัฐคุมราคา “น้ำมัน” หลังปรับขึ้นราคาจากสถานการณ์สงคราม





