เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวสภาพอากาศในยุโรปช่วงนี้กันมาบ้างนะครับ โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสที่ตอนนี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก นั่นคือ ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคประชาชน เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สถานการณ์วิกฤตเมื่อ ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ
จากการรายงานของกระทรวงการเปลี่ยนผ่านด้านนิเวศวิทยาของฝรั่งเศส พบว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อุณหภูมิในประเทศพุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องจนเกิดคลื่นความร้อนหลายระลอก ส่งผลให้พื้นที่กว่า 67 จาก 101 เขตการปกครองต้องประกาศใช้มาตรการควบคุมการใช้น้ำอย่างเข้มงวด เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้สำหรับกิจกรรมที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณสุขหรือน้ำดื่มสำหรับอุปโภคบริโภค
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหา ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ
เมื่อแหล่งน้ำใต้ดินซึ่งถือเป็นแหล่งน้ำดื่มหลักของประเทศมีระดับต่ำกว่าค่าปกติอย่างมาก ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการจำกัดการใช้น้ำในกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ดังนี้ครับ:
- งดการรดน้ำสวนและพื้นที่สีเขียว
- ห้ามเติมน้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัว
- จำกัดการล้างรถ
- ควบคุมการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรม
แม้แต่กรุงปารีสเองก็หนีไม่พ้นมาตรการนี้เช่นกัน สภาพอากาศที่ร้อนจัดบวกกับปริมาณฝนที่ตกน้อยกว่าค่าปกติถึง 70% ทำให้ประชาชนกว่า 30,000 คนต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำประปา จนต้องพึ่งพารถบรรทุกขนน้ำและน้ำดื่มบรรจุขวดมาใช้แทน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ในฐานะที่เราติดตามข่าวสารระดับโลก เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญว่าทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไม่จำกัด การปรับตัวและบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนคือหัวใจสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเร่งมือทำ ก่อนที่สถานการณ์ในบ้านเราจะก้าวไปสู่จุดที่ยากจะแก้ไขแบบนี้ครับ
ที่มา – ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ


