ในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ล่าสุด“พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก โดยคุณพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านจากมาตรา 122 ไปสู่มาตรา 301 ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคส่งออกไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุผลที่ “พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก
คุณพชรได้ชี้ให้เห็นว่า แม้ตัวเลขการส่งออกในบางช่วงจะดูเติบโต แต่เป็นการโตจากฐานข้อมูลสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการสั่งของล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้จริง ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังเปราะบาง โดยเฉพาะ“พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก เพราะประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องเสียภาษีสูงถึง 12.5% ซึ่งถือว่าเสียเปรียบคู่แข่งอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ยังคงอยู่ที่ 10%
ผลกระทบเชิงโครงสร้างและมาตรการรับมือ
นอกจากตัวเลขภาษีที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีประเด็นที่น่ากังวลอีกหลายด้านที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ ไม่ว่าจะเป็น:
- การตรวจสอบเรื่องแรงงานบังคับที่ไทยยังขาดมาตรการบังคับใช้จริง
- ปัญหาการใช้กำลังการผลิตส่วนเกินที่ต่ำต่อเนื่องมาหลายปี
- การตรวจสอบเจ้าของโรงงานและต้นทางของวัตถุดิบที่สหรัฐฯ เข้มงวดขึ้น
คุณพชรยังย้ำว่า การที่รัฐจะอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ เพราะหนี้ครัวเรือนและภาระหนี้ภาคเอกชนจะดูดซับสภาพคล่องเหล่านั้นไปหมด แทนที่จะเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริง รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านความโปร่งใสและการแก้ปัญหาการทุจริต เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในระยะยาว
บทสรุปของสถานการณ์นี้คือการที่ไทยต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ หากเราไม่สามารถแก้ไขกฎระเบียบและเพิ่มมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมในประเทศได้ ไทยอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างถาวร ภาคธุรกิจและแรงงานไทยต้องตื่นตัวต่อประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมาตรา 301 ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราว แต่เป็นสมรภูมิการค้าที่ต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการรับมือ
ที่มา – “พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก จี้รัฐเร่งอุดจุดอ่อน


