พปชร. ประชุมใหญ่ เลือก 'สันติ' นั่งเลขาฯ พรรค สลับ 'ไพบูลย์' นั่งรองหัวหน้า

พปชร. เลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ สลับ “ไพบูลย์”

พรรคพลังประชารัฐ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 2 เลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ พรรค สลับ “ไพบูลย์” นั่งรองหัวหน้าพรรค การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองไม่น้อย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 พรรคพลังประชารัฐมีการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นประธาน การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ได้แก่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ นายบุรินทร์ สุขพิศาล พล.ท.กิตติพล สมจิต และพล.ต.ยศวัจน์ นิมิตภานนท์

ประเด็นหลักของการประชุมอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในพรรค ที่ประชุมมีมติเลือก นายสันติ พร้อมพัฒน์ จากรองหัวหน้าพรรค ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค แทนนายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งสลับไปดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค คนที่ 1 การปรับเปลี่ยนโครงสร้างนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางใหม่ของพรรคพลังประชารัฐอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคพลังประชารัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการปรับปรุงและพัฒนาพรรคให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น การที่พรรคพลังประชารัฐ เลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ พรรค สลับ “ไพบูลย์” แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความสามารถของบุคลากรภายในพรรค การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคในอนาคต

ทำไมพรรคพลังประชารัฐถึงเลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ พรรค สลับ “ไพบูลย์”?

คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดพรรคพลังประชารัฐจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ การที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรค อาจเป็นเพราะความสามารถในการบริหารจัดการและประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนานของเขา ในขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อาจมีความเหมาะสมกับบทบาทรองหัวหน้าพรรคมากกว่า ด้วยความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการเมืองของเขา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. นายสันติ ได้เดินทางไปยังพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากที่ภรรยาและลูกได้เดินทางมาถึงก่อนแล้ว เพื่อร่วมติดตามการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งล่าสุดได้พ้นจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันยังคงมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พรรคการเมืองต่างๆ จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

พรรคพลังประชารัฐ เลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ พรรค สลับ “ไพบูลย์”

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ เป็นที่จับตามองของนักวิเคราะห์การเมืองหลายฝ่าย หลายคนเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเป็นการปรับยุทธศาสตร์ของพรรคให้เข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ว่าการที่พรรคพลังประชารัฐ เลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ พรรค สลับ “ไพบูลย์” เป็นการสร้างความสมดุลภายในพรรค และเป็นการกระจายอำนาจให้แก่สมาชิกพรรคที่มีความสามารถหลากหลาย

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ต่อพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ยังคงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง การจับตาดูทิศทางและท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ที่มา – พปชร. ประชุมใหญ่ เลือก “สันติ” นั่งเลขาฯ พรรค สลับ “ไพบูลย์” นั่งรองหัวหน้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: