พรรคประชาชน ยื่นฟ้อง ม.157 - พ.ร.ป.เลือกตั้ง กับ กกต. ปมใส่บาร์โค้ดลงบนบัตร

พรรคประชาชนยื่นฟ้องกกต.ปมบาร์โค้ดบัตร

เหตุการณ์ล่าสุดในวงการการเมืองไทยกำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อพรรคประชาชน ยื่นฟ้อง ม.157 – พ.ร.ป.เลือกตั้ง กับ กกต. ปมใส่บาร์โค้ดลงบนบัตร ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดกันแบบละเอียดยิบ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าทำไมพรรคประชาชนถึงตัดสินใจยื่นฟ้อง และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อระบบเลือกตั้งของเรา

พรรคประชาชน ยื่นฟ้อง ม.157 – พ.ร.ป.เลือกตั้ง กับ กกต. ปมใส่บาร์โค้ดลงบนบัตร

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมทนายความ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 ประกอบ 164 เรื่องการทำเครื่องหมายที่สังเกตได้ลงบนบัตรเลือกตั้ง โดยเฉพาะการใส่บาร์โค้ดที่อาจละเมิดหลักการเลือกตั้งลับและตรง

พื้นหลังและข้อเท็จจริงของคดี

ประเด็นปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนี้ เกิดจากการที่กกต. อนุมัติให้มีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตร ซึ่งฝ่ายพรรคประชาชนมองว่าเป็นเครื่องหมายที่สามารถติดตามตัวตนผู้โหวตได้ ส่อไปทางละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นไปโดยตรง ลับ สุจริต และเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญ คดีนี้ได้รับเลขรับแล้ว รอคำสั่งศาลภายใน 30 วัน หากรับฟ้องจะนัดไต่สวนมูลฟ้องใน 45-60 วัน นับจากมีนาคม

นพ.วาโย ยังอ้างอิงคดีเก่าแก่ของวาสนา เพิ่มลาภ ปี 2549 ซึ่งศาลฎีกาตัดสินปี 2558 ให้กกต.ผิดตามกฎหมายคล้ายกัน คดีนี้คาดว่าจะยืดเยื้อถึง 10 ปี ผ่านชั้นอุทธรณ์และฎีกา แม้มาตรา 157 จะพิสูจน์เจตนาพิเศษยาก แต่ก็ฟ้องประกอบ พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 เพื่อความรอบคอบ

  • ข้อหาหลัก: ม.157 – ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
  • พ.ร.ป.กกต. ม.69: เจ้าหน้าที่ละเว้นหรือกระทำมิชอบ
  • พ.ร.ป.เลือกตั้ง ม.96/164: ทำเครื่องหมายสังเกตได้บนบัตร มีโทษปรับหรือจำคุก

ความแตกต่างจากการยื่นฟ้องช่องทางอื่น

การยื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นี้ แตกต่างจากยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน (ไปศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องโมฆะการเลือกตั้ง) หรือศาลปกครอง (คำสั่งปกครอง เช่น นับคะแนนใหม่) ที่นี่คือคดีอาญาล้วนๆ ผู้เสียหายคือประชาชนทุกคนและพรรคการเมืองที่เสียหายทางเศรษฐ์จากการเลือกตั้งไม่โปร่งใส ตามแนวฎีกาปี 2559 ที่ยืนยันว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสียหายได้

นพ.วาโย ชี้ว่าการฟ้องประชาชนของกกต.กทม. กลับเสี่ยงม.157 มากกว่า เพราะกกต.มีดุลพินิจไม่ฟ้องได้ แต่เลือกฟ้องผู้พิสูจน์ความผิดปกติ แทนตั้งกรรมการสอบเอง แสดงถึงการเลือกปฏิบัติ พรรคประชาชนเตรียมแก้ฟ้องเพิ่มภายใน 15 วัน

บทวิเคราะห์และผลกระทบระยะยาว

กรณีพรรคประชาชน ยื่นฟ้อง ม.157 – พ.ร.ป.เลือกตั้ง กับ กกต. ปมใส่บาร์โค้ดลงบนบัตรนี้ สะท้อนปัญหาองค์กรอิสระอย่างกกต.ที่ขาดการยึดโยงกับประชาชน ไม่มีกลไกถอดถอนง่ายๆ มันท้าทายระบบที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน หากศาลรับฟ้อง จะเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ย้ำหลักการเลือกตั้งลับแท้จริง

นอกจากนี้ ยังกระทบความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากบาร์โค้ดช่วยป้องกันการโกงจริง ทำไมไม่ชี้แจงโปร่งใส? หรือเป็นช่องโหว่ติดตามโหวต? ประชาชนควรติดตามใกล้ชิด เพราะสิทธิเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย

คุณคิดอย่างไรกับการใส่บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง? มันช่วยหรือทำลายความลับ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่หลาย!

ที่มา – พรรคประชาชน ยื่นฟ้อง ม.157 – พ.ร.ป.เลือกตั้ง กับ กกต. ปมใส่บาร์โค้ดลงบนบัตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: