พรีเมียร์ลีกทำลายสถิติซื้อขายนักเตะเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
เรียกได้ว่ากลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วสำหรับความมั่งคั่งของฟุตบอลอังกฤษ เมื่อล่าสุด พรีเมียร์ลีกทำลายสถิติซื้อขายนักเตะเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยยอดการใช้จ่ายรวมสูงถึง 3.198 พันล้านปอนด์ ตัวเลขมหาศาลนี้ไม่เพียงแต่ทุบสถิติเดิมที่ 3.14 พันล้านปอนด์จากปีที่แล้วเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการเงินที่ทิ้งห่างลีกอื่นๆ ในยุโรปแบบไม่เห็นฝุ่น
เหตุผลที่ พรีเมียร์ลีกทำลายสถิติซื้อขายนักเตะเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
การขยับตัวในตลาดซื้อขายครั้งนี้เต็มไปด้วยดีลระดับบิ๊กเนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการย้ายทีมของ Morgan Rogers ไปยัง Chelsea หรือ Elliot Anderson ที่ย้ายสู่ Manchester City ซึ่งกลายเป็นนักเตะสัญชาติอังกฤษที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้การที่สโมสรอย่าง Ipswich Town ใช้เงินไปมากกว่ายักษ์ใหญ่ยุโรปอย่าง Barcelona หรือ PSG ยิ่งตอกย้ำว่าลีกอังกฤษคือศูนย์รวมเม็ดเงินของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง
ทำไมสโมสรในอังกฤษถึงนิยมซื้อกันเอง?
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือแนวโน้มที่ พรีเมียร์ลีกทำลายสถิติซื้อขายนักเตะเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยเน้นไปที่การซื้อขายกันเองภายในลีกเพิ่มสูงขึ้นถึง 38% สาเหตุหลักมาจากความมั่นใจในตัวนักเตะที่พิสูจน์ฝีเท้าในลีกมาแล้ว ไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาการปรับตัวเหมือนนักเตะจากลีกต่างแดน แถมยังเลี่ยงปัญหาที่ทีมต่างชาติมักโก่งราคาค่าตัวเมื่อรู้ว่าสโมสรจากอังกฤษเป็นผู้สนใจ
สรุปประเด็นสำคัญ:
- ยอดใช้จ่ายรวมทะลุ 3.198 พันล้านปอนด์
- ดีลการซื้อขายระหว่างทีมในพรีเมียร์ลีกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ทีมจากพรีเมียร์ลีกมีมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่าลีกใหญ่ๆ ในยุโรปอย่างชัดเจน
ในมุมมองของแฟนบอล แม้ตัวเลขที่สูงลิ่วจะทำให้เราได้เห็นสตาร์ดังมากมายในทุกสัปดาห์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสร้างความกดดันให้กับการบริหารจัดการสโมสรที่ต้องทำกำไรให้สอดคล้องกับกฎทางการเงิน สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือผลงานของนักเตะเหล่านี้ว่าจะคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปหรือไม่ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



