สถานการณ์ราคาหอมหัวใหญ่ในตลาดไทยกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ เมื่อราคาดิ่งลงเหลือเพียง 5-6 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ล่าสุดกรมการค้าภายในหรือ “พาณิชย์” ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดย “พาณิชย์” แก้ “หอมใหญ่” ราคาตกต่ำ เร่งสกัดนำเข้า กางมาตรการรักษาเสถียรภาพ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ที่เป็นแหล่งผลิตหลักกว่า 70% ของประเทศ
“พาณิชย์” แก้ “หอมใหญ่” ราคาตกต่ำ เร่งสกัดนำเข้า กางมาตรการรักษาเสถียรภาพ
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจสอบที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ปัญหาหลักมาจากผลผลิตที่ออกมามากในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม รวมถึงการนำเข้าจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ธันวาคม 2568 โดยผู้ประกอบการนำเข้าบางรายสำแดงราคาต่ำเกินจริง ทำให้แข่งขันราคากับสินค้าในประเทศได้ ส่งผลให้ราคาหอมหัวใหญ่ในแหล่งผลิตร่วงหนัก จากเดิมเฉลี่ย 13 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 5-6 บาทสำหรับเบอร์คละ (0-3)
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กรมการค้าภายในได้ประสานงานกับกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้าและขนย้ายหอมหัวใหญ่ ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดครบถ้วน เพื่อป้องกันการลักลอบและสวมสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และเอกชน จัดโครงการรับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด เป้าหมาย 1,000 ตัน ระหว่างวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์นี้ และเตรียมมาตรการเพิ่มเติมในต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตออกมากที่สุด
5 มาตรการหลักที่ “พาณิชย์” กางออกมาเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาหอมใหญ่
กรมการค้าภายในได้วางแผนครบวงจรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยมีมาตรการสำคัญ 5 ประการ ดังนี้
- ทำตลาดล่วงหน้า: ลงนาม MOU กับผู้ประกอบการรับซื้อ 6,700 ตัน มูลค่า 80 ล้านบาท สร้างความมั่นใจให้เกษตรกรมีตลาดรองรับ
- กระจายสินค้าผ่านพาณิชย์จังหวัด: สั่งการให้จังหวัดที่ไม่ใช่แหล่งผลิตช่วยรับออเดอร์และกระจายหอมหัวใหญ่บรรจุถุง 1, 2 และ 5 กิโลกรัม เพื่อความสะดวกในการขาย
- รณรงค์อุดหนุน: ขอความร่วมมือส่วนราชการและ 20 อำเภอที่ไม่ใช่แหล่งผลิต สนับสนุนซื้อผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูก
- จัดจุดจำหน่ายโดยตรง: เปิดพื้นที่ขายตรงที่ศาลากลาง สถานที่ราชการ และงานธงฟ้า เช่น ล่าสุดนำหอมจากเชียงใหม่ไปขายในงานธงฟ้าที่สระแก้ว วันที่ 19-21 กุมภาพันธ์
- ผลักดันส่งออก: ประสานทูตพาณิชย์ที่โตเกียว เพื่อส่งออกไปญี่ปุ่น
สำหรับราคาปัจจุบันในตลาดกรุงเทพฯ หอมหัวใหญ่เบอร์ 0-1 ขายส่งเฉลี่ย 22.50 บาทต่อกิโลกรัม ขายปลีก 37.50 บาท ซึ่งใกล้เคียงปีก่อน เชียงใหม่มีผลผลิตทั้งฤดูกาล 25,000 ตัน ปัจจุบันออกแล้ว 30% คาดสิ้นสุดเดือนมีนาคม
ปัญหานี้ไม่เพียงกระทบเกษตรกรในเชียงใหม่เท่านั้น แต่สะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดเกษตรไทยที่เผชิญการแข่งขันจากสินค้านำเข้า มาตรการของ “พาณิชย์” แก้ “หอมใหญ่” ราคาตกต่ำ เร่งสกัดนำเข้า กางมาตรการรักษาเสถียรภาพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากดำเนินการต่อเนื่องและทุกภาคส่วนร่วมมือ จะช่วยให้ราคากลับมาเสถียรได้ในไม่ช้า
ในฐานะผู้สนใจเรื่องเกษตร เราคิดว่าการส่งออกและการทำตลาดล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญ เกษตรกรควรติดตามประกาศจากพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้าน หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้บริโภค สามารถช่วยสนับสนุนโดยซื้อหอมหัวใหญ่ไทยในราคายุติธรรมได้เลยวันนี้! ติดตามข่าวอัปเดตปัญหาเกษตรเพิ่มเติมในบล็อกของเรา
ที่มา – “พาณิชย์” แก้ “หอมใหญ่” ราคาตกต่ำ เร่งสกัดนำเข้า กางมาตรการรักษาเสถียรภาพ







