ยุโรปกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักหน่วง เมื่อ พายุถล่มยุโรป พัดกระหน่ำพื้นที่ทางตอนเหนือ ส่งผลให้เกิดกระแสลมแรงจัด หิมะตกหนักจนระบบคมนาคมต้องหยุดชะงัก โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอน และที่สำคัญคือประชาชนหลายแสนครัวเรือนต้องเผชิญกับภาวะไฟฟ้าดับ
พายุลมแรงได้สร้างความเสียหายอย่างมากในฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาจากหลายประเทศ ตั้งแต่สหราชอาณาจักรไปจนถึงเยอรมนี ต่างพร้อมใจกันออกประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในอังกฤษที่มีการประกาศเตือนภัยลมระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดและเกิดขึ้นได้ยาก ครอบคลุมพื้นที่หมู่เกาะซิลลีและแคว้นคอร์นวอลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
ในฝรั่งเศส พายุ “โกเร็ตติ” ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยทำให้บ้านเรือนราว 380,000 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนใหญ่อยู่ในแคว้นนอร์มังดีตอนเหนือ
ทางการฝรั่งเศสรายงานว่า ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีความเร็วลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในแคว้นม็องช์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ความรุนแรงของลมทำให้ต้นไม้ล้มระเนระนาดในหลายพื้นที่ และอย่างน้อยหนึ่งต้นได้ล้มทับอาคารที่พักอาศัยในแคว้นแซน-มารีทีม แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งในภาคเหนือของฝรั่งเศสยังคงปิดทำการ หลังมีการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในอีกกว่า 30 แคว้น ตำรวจแคว้นม็องช์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เตือนประชาชนให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย งดใช้ยานพาหนะ และเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์
คลื่นทะเลขนาดยักษ์ได้ซัดกระหน่ำกำแพงท่าเรือหลายแห่งทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของฝรั่งเศสตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และเมื่อพายุเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมและการปิดถนน รวมถึงการปิดท่าเรือสำคัญอย่างเมืองดิเอปป์
ผลกระทบจากพายุถล่มยุโรป
ด้านอังกฤษและเวลส์ ก็เผชิญกับลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ (Met Office) ได้เตือนว่า คลื่นทะเลขนาดใหญ่จะทำให้พื้นที่ชายฝั่งอยู่ในภาวะอันตราย พร้อมกันนี้ยังได้ออกคำเตือนหิมะระดับสีเหลืองในเวลส์ ภาคกลางของอังกฤษ และบางส่วนของภาคเหนือ โดยคาดว่าในบางพื้นที่อาจมีหิมะตกหนาสูงถึง 30 เซนติเมตร ขณะที่บริษัทเนชันแนล กริด ของอังกฤษ ระบุว่ามีบ้านเรือนกว่า 42,000 หลัง ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และยังมีอีกหลายพันหลังในพื้นที่อื่น
การเดินรถไฟในสหราชอาณาจักรได้รับผลกระทบอย่างหนัก การรถไฟแห่งชาติระบุว่า บริการรถไฟจะถูกรบกวนต่อเนื่องอย่างน้อยสองวัน และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่จำเป็น
รายงานระบุว่า ตลอดสัปดาห์นี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแล้วอย่างน้อย 8 รายทั่วทวีปยุโรป โดยรายล่าสุดคือชายคนหนึ่งในเมืองดูร์เรส ประเทศแอลเบเนีย ซึ่งถูกกระแสน้ำท่วมพัดเสียชีวิต หลังเผชิญทั้งหิมะตกหนักและฝนตกต่อเนื่องในภูมิภาคบอลข่าน
ในสกอตแลนด์ โรงเรียนหลายร้อยแห่งปิดติดต่อกันเป็นวันที่ 5 แล้ว ทำให้นักเรียนจำนวนมากยังไม่สามารถกลับเข้าเรียนได้หลังช่วงวันหยุดคริสต์มาส
ขณะที่ทางตอนเหนือของเยอรมนีได้รับผลกระทบจากพายุอีกลูกที่มีชื่อว่า “เอลลี่” ส่งผลให้โรงเรียนในเมืองฮัมบูร์กและเบรเมนต้องปิดการเรียนการสอน และการเดินรถไฟระยะไกลในภาคเหนือถูกยกเลิกทั้งหมด คาดว่าหิมะอาจตกหนาสูงถึง 15 เซนติเมตร ในภาคเหนือ และมีความเสี่ยงเกิดน้ำแข็งปกคลุมถนนในภาคใต้
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเยอรมนี (DWD) ระบุว่า พายุจะส่งผลกระทบไปจนถึงวันเสาร์ โดยคาดว่าหิมะจะหยุดตกในวันจันทร์ นักอุตุนิยมวิทยาของ DWD ชี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งฤดูหนาวอุ่นขึ้นจากผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขณะที่รัสเซีย สภาพอากาศหนาวจัดทำให้เที่ยวบินราว 300 เที่ยว ในเขตกรุงมอสโกต้องยกเลิก เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์รันเวย์และขจัดน้ำแข็งบนเครื่องบินเพื่อความปลอดภัย
พายุถล่มยุโรป: ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
พายุถล่มยุโรป ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานและระบบต่างๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า การคมนาคม หรือแม้แต่การศึกษา การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคล ชุมชน หรือประเทศชาติ
สถานการณ์ พายุถล่มยุโรป ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของเรา
ที่มา – พายุถล่มยุโรป ไฟฟ้าดับหลายแสนครัวเรือน คมนาคมปั่นป่วน-โรงเรียนปิดเป็นวงกว้าง



