'พิพัฒน์' นัดถก EEC-รฟท. สางปัญหา 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' ขีดเส้น 4 เดือนจบ

“พิพัฒน์” เร่งสางปัญหา ไฮสปีด 3 สนามบิน ใน 4 เดือน

“พิพัฒน์” นัดถกอีอีซี – รฟท. 3 พ.ย.นี้ เคาะแนวทางสางปัญหา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้กรอบรัฐบาล 4 เดือน แม้ไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ แต่ตั้งเป้าเคลียร์ปัญหาให้มีแนวทางเดินหน้าชัดเจน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากปัญหาการเจรจาแก้ไขสัญญาในโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ขณะนี้ได้กำหนดให้มีการนัดประชุมภายในส่วนของภาครัฐ วันที่ 3 พ.ย.นี้ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อนจะมีการนำแนวทางไปเจรจากับเอกชนคู่สัญญาต่อไป อย่างไรก็ตามภายในช่วง 4 เดือนของรัฐบาลนี้ จะพยายามเร่งผลักดันทำในสิ่งที่ผ่านมาแล้วและยังไม่จบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปมากที่สุด จะทำให้มีความเคลื่อนไหว มีข้อสรุปในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ตนได้เคยพูดถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนโครงการไฮสปีด 3 สนามบินว่า เรื่องนี้ต้องเดินหน้าโครงการให้สอดคล้องกับความเห็นของอัยการสูงสุด ซึ่งทราบมาว่ามีความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขสัญญาร่วมทุน โดยจะมีการปรับรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนของรัฐ จากเดิมสร้างเสร็จแล้วจ่าย ปรับเป็นจ่ายเป็นงวดงานในลักษณะสร้างไปจ่ายไป ซึ่งขัดกับหลักการของสัญญา โดยหากอัยการมีความเห็นเช่นนี้ แน่นอนว่าตนจะไม่ดำเนินการแก้ไขสัญญา เพราะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ ตนมีแนวคิดที่จะเจรจาเพื่อหาแรงจูงใจในการลงทุนโครงการนี้เพิ่มขึ้น เจรจากับเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เพื่อรับดำเนินโครงการช่วงส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานอู่ตะเภาไปยังเมืองระยอง จันทบุรี และสิ้นสุดที่ตราด ซึ่งถือเป็นส่วนต่อขยายที่จะจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น มีผู้โดยสารมากขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน

“ตอนนี้เรามีออปชันเสริมที่จะไปเจรจากับเอกชน เพื่อทำส่วนต่อขยายออกไปถึงตราด จูงใจการใช้บริการมากขึ้น และน่าจะจูงใจให้เอกชนดำเนินโครงการนี้ ซึ่งหากเอกชนรับข้อเสนอออปชันเสริมนี้ ก็จะเจรจาทำสัญญาใหม่หรือสัญญาต่อเนื่อง แต่ต้องเจรจาผลตอบแทนให้กับรัฐเพิ่มเติมด้วย”

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า แนวทางเจรจาออปชันเสริมนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการทำเพื่อเอื้อเอกชน เพราะรัฐจะยังได้ผลตอบแทนเพิ่มเติม และการสร้างส่วนต่อขยายออกไป เกิดประโยชน์กับประชาชน และสร้างโอกาสในการใช้บริการเพิ่มเติม และแนวทางแก้ไขสัญญา อาจกลายเป็นการผิดสัญญา ทำให้ผู้ประมูลรายอื่นที่เคยแพ้การประมูลสามารถอ้างสิทธิฟ้องร้องได้ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องได้ข้อสรุปภายใน 4 เดือนของรัฐบาลนี้

โครงการไฮสปีด 3 สนามบิน เป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) การเดินหน้าโครงการนี้จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

การที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งผลักดันและแก้ไขปัญหาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 3 พ.ย.นี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

“พิพัฒน์” เร่งเเก้ปัญหาไฮสปีด 3 สนามบิน

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หรือ ไฮสปีด 3 สนามบิน ที่กำลังเป็นที่จับตามอง ถึงการแก้ไขสัญญาเเละปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ โดยมีเป้าหมายที่จะให้สรุปผลภายใน 4 เดือนนี้

ไฮสปีด 3 สนามบิน: ความท้าทายและโอกาส

การแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หรือ ไฮสปีด 3 สนามบิน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การเจรจาและการหาข้อสรุปภายในระยะเวลา 4 เดือน ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม หากสามารถแก้ไขปัญหาและเดินหน้าโครงการได้สำเร็จ จะเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

การเดินหน้าโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ การเชื่อมต่อสนามบิน 3 แห่ง จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดระยะเวลาในการเดินทาง และส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนในพื้นที่ EEC การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและจำเป็นอย่างยิ่ง

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชน

ที่มา – “พิพัฒน์” นัดถก EEC-รฟท. สางปัญหา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ขีดเส้น 4 เดือนจบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: