เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อพี่เขยซัลโวน้องเมีย อุ้มศพ-รถแยกทิ้ง อ้างป้องกันตัว ไม่ยิงก็ถูกฟัน กลายเป็นคดีที่ทุกคนจับตามอง เรื่องราวเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อพี่เขยรายนี้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงน้องเมียจนเสียชีวิต จากนั้นยังลากศพใส่ท้ายรถกระบะ ขับรถจักรยานยนต์ไปทิ้งแยกกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบศพขึ้นอืดหลังจากหายตัวไปนาน 10 วัน
พี่เขยซัลโวน้องเมีย อุ้มศพ-รถแยกทิ้ง อ้างป้องกันตัว ไม่ยิงก็ถูกฟัน
รายละเอียดของคดีนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้ตายซึ่งเป็นน้องเมียได้ออกจากบ้านไปและหายตัวไป โดยญาติได้แจ้งความคนหายทันที จนกระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ มีคนพบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ และในเย็นวันถัดมา ก็พบศพขึ้นอืดในบ่อน้ำริมคันนา หมู่ 1 ต.ดอนเจดีย์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลที่หายไปจริง
พี่เขยสารภาพป้องกันตัว แต่ปฏิเสธข้อหาอื่น
ผู้ต้องหาคือ นายมณเฑียร เจริญพจน์ วัย 50 ปี ซึ่งถูกศาลจังหวัดสุพรรณบุรีออกหมายจับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้พร้อมยึดรถโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียนสุพรรณบุรี ระหว่างสอบสวน นายมณเฑียรอ้างป้องกันตัว โดยบอกว่า เห็นผู้ตายถือมีดจะฟันตัวเอง แต่ตนถือปืนลูกซองอยู่ จึงยิงสวนไป หลังเกิดเหตุกลัวและตกใจจึงอุ้มศพใส่ท้ายรถไปทิ้ง และทิ้งรถจักรยานยนต์แยกกัน นอกจากนี้ยังพาไปชี้จุดทิ้งปืนที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามว่านายมณเฑียรมีอะไรฝากถึงครอบครัวผู้ตายหรือไม่ เขาตอบสั้นๆ ว่า “ไม่ครับ” ขณะที่ลูกชายของผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ผู้ตายมีปัญหากับพ่อแม่เพราะติดยาเสพติด ชอบหาเรื่องเวลาพบหน้า และเรื่องเบิ้ลรถที่ถูกกล่าวหานั้นไม่จริง ผู้ตายต่างหากที่ทำ ลูกชายยืนยันว่าถ้าพ่อไม่ยิง พ่อก็คงโดนฟันตายแทน
- ไทม์ไลน์เหตุการณ์:
- 13 ก.พ. 2567: ผู้ตายหายตัวไปจากบ้าน
- 21 ก.พ.: พบรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้
- 22 ก.พ.: พบศพในบ่อน้ำ และจับกุมผู้ต้องหา
- ญาติผู้ตายนิมนต์พระทำพิธีเชิญวิญญาณที่จุดเกิดเหตุ
- ตำรวจเตรียมส่งฝากขังที่เรือนจำสุพรรณบุรี
คดีนี้ยังคงมีประเด็นให้ถกเถียง โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันตัวตามกฎหมายไทย ซึ่งมาตรา 68-69 ของประมวลกฎหมายอาญา กำหนดว่าการป้องกันตัวต้องสมเหตุสมผลและไม่เกินกว่าเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่เห็นหน้าเพราะมืด แต่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานใกล้เคียง และผลชันสูตรศพเพื่อหาความจริง
ญาติทั้งสองฝ่ายต่างโศกเศร้า ฝั่งผู้ต้องหามีภรรยาและลูกๆ มาเยี่ยมร่ำไห้หน้าห้องขัง ขณะที่ญาติผู้ตายทำพิธีทางศาสนาเพื่ออัญเชิญวิญญาณ สะท้อนถึงความขัดแย้งในครอบครัวที่รุนแรงจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม
เหตุการณ์พี่เขยซัลโวน้องเมีย อุ้มศพ-รถแยกทิ้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงปัญหายาเสพติดและอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายในชุมชน การมีปืนลูกซองโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดร้ายแรงอีกประการหนึ่ง
ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งในครอบครัวสามารถลุกลามได้รวดเร็ว หากไม่มีการสื่อสารและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สายด่วน 1323 สำหรับปัญหายาเสพติด แนะนำให้ทุกคนเรียนรู้กฎหมายป้องกันตัวให้ชัดเจน เพื่อป้องกันเหตุ悲剧ซ้ำรอย
คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวสารอาชญากรรมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – พี่เขยซัลโวน้องเมีย อุ้มศพ-รถแยกทิ้ง อ้างป้องกันตัว ไม่ยิงก็ถูกฟัน


