พ.ร.บ.THACCA กลับมาเป็นประเด็นสำคัญในแวดวงการเมืองและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หลังนางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเสียดายกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ลงนามรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยมองว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างระบบสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
หัวใจของ พ.ร.บ.THACCA คือการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ Thailand Creative Culture Agency เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ศิลปิน ผู้ประกอบการ และคนทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ การมีองค์กรเฉพาะด้านจะช่วยลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน และทำให้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เดินหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น
พ.ร.บ.THACCA กับความหวังสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์
นางสาวจิราพรอธิบายว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งให้ภาครัฐเข้ามาควบคุมทุกเรื่อง แต่ต้องการสร้างกลไกที่เปิดให้ภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางนโยบาย ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุน อำนวยความสะดวก และแก้ไขอุปสรรคด้านกฎหมายหรือกฎระเบียบ แนวทางดังกล่าวเป็นรูปแบบที่หลายประเทศนำไปใช้เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมให้เติบโตและแข่งขันในตลาดโลก
พ.ร.บ.THACCA ช่วยต่อยอดงานซอฟต์พาวเวอร์
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ แม้จะมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างและการประสานงาน แต่ก็มีผลงานหลายด้านที่ช่วยวางรากฐานให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการปลดล็อกกฎหมาย การเพิ่มสิทธิประโยชน์ และการสนับสนุนให้คนไทยนำผลงานไปสู่ตลาดต่างประเทศ
มาตรการที่เกิดขึ้นครอบคลุมอุตสาหกรรมหลากหลายสาขา ตั้งแต่ภาพยนตร์ หนังสือ ดนตรี เกม กีฬา อาหาร ศิลปะ ไปจนถึงการออกแบบ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการเพิ่มมาตรการคืนเงินให้กองถ่ายต่างประเทศในไทยสูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ การอำนวยความสะดวกให้เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และการปรับบทบาทของภาคเอกชนในคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์
นโยบายสำคัญที่ช่วยผู้ประกอบการไทย
นอกจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์แล้ว ยังมีการดำเนินงานเพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจและคนทำงานในหลายแขนง เช่น การส่งเสริมเสรีภาพของผู้ผลิตหนังสือ การขยายวีซ่ามวยไทยเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ การผลักดันมวยไทยสู่เวทีโลก รวมถึงการเตรียมกฎหมายคุ้มครองสิทธิศิลปินและกำหนดแนวทางแบ่งผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างเป็นธรรม
- พัฒนาทักษะคนรุ่นใหม่: มีการอบรมเพิ่มทักษะและปรับทักษะให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในสาขาอาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ และการออกแบบโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- สนับสนุนเงินทุน: ภาครัฐช่วยสนับสนุนการจัดงาน เทศกาล และการผลิตภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมร่วมคัดเลือกผลงาน
- ขยายตลาดต่างประเทศ: โครงการ Music Exchange นำศิลปินไทยกว่า 48 วงไปเข้าร่วมเทศกาลดนตรี 46 แห่งใน 12 ประเทศ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเกม หนังสือ และภาพยนตร์ไทยก็ได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมงานระดับนานาชาติ
- สร้างความเป็นธรรม: แนวคิดสำคัญคือการคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ และทำให้ผู้ทำงานได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมจากผลงานของตนเอง
ในมุมของผู้ประกอบการ การมีหน่วยงานที่ดูแลอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยตรงจะช่วยให้การขอรับการสนับสนุนมีขั้นตอนชัดเจนขึ้น ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องติดต่อหลายหน่วยงานและเผชิญกฎระเบียบที่แตกต่างกัน การมีศูนย์กลางประสานงานจึงอาจช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว และทำให้โครงการที่มีศักยภาพได้รับการผลักดันอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม การผลักดัน พ.ร.บ.THACCA ยังต้องพิจารณาความเห็นของหน่วยงานราชการ รวมถึงรายละเอียดด้านอำนาจหน้าที่ งบประมาณ และการกำกับดูแล เพื่อให้หน่วยงานใหม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ซ้ำซ้อนกับองค์กรเดิม สิ่งสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายร่วมเสนอความคิดเห็น โดยเฉพาะคนทำงานตัวจริงซึ่งเข้าใจปัญหาและโอกาสของแต่ละอุตสาหกรรมมากที่สุด
แม้ร่างกฎหมายจะไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ แต่หลายโครงการด้านซอฟต์พาวเวอร์ยังคงได้รับการสานต่อ เช่น มาตรการคืนเงินสำหรับกองถ่ายในประเทศ งาน Gamescom Asia x Thailand Game Show งาน Bangkok International Film Festival และงาน Thailand Music Awards ความต่อเนื่องของโครงการเหล่านี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยังมีศักยภาพสูง และสามารถเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศได้
ในความเห็นของผู้เขียน การเติบโตของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมไทยไม่ควรขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่งเท่านั้น แต่ควรมีนโยบายระยะยาวที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน พ.ร.บ.THACCA จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ควรนำกลับมาพูดคุยอย่างจริงจัง หากสามารถออกแบบกฎหมายให้ยืดหยุ่น โปร่งใส และตอบโจทย์คนทำงานได้ ก็จะช่วยให้ศิลปินและผู้ประกอบการไทยสร้างผลงานที่มีคุณค่า พร้อมแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง
ประชาชนและผู้ประกอบการควรติดตามความคืบหน้าของนโยบายนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมเสนอความคิดเห็นต่อภาครัฐ เพราะเสียงจากคนในอุตสาหกรรมจะช่วยให้แนวทางสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด
ที่มา – “จิราพร” เสียดาย “อนุทิน” ปัดตก ร่าง พ.ร.บ.THACCA หวังรัฐบาลดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์


