ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือสงคราม

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม ในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อรับมือวิกฤตนี้ โดยตั้งคณะกรรมการพิเศษดูแลการจัดหาและกระจายเชื้อเพลิง สินค้าจำเป็นต่าง ๆ ให้มีเสถียรภาพ

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีมาร์กอสประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติทันที เพื่อตอบโต้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลก สงครามครั้งนี้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงพลังงานของฟิลิปปินส์

คำสั่งดังกล่าวมอบอำนาจให้รัฐบาลจัดซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้า จ่ายเงินบางส่วนล่วงหน้าได้หากจำเป็น และข้ามขั้นตอนปกติบางอย่างเพื่อความรวดเร็ว โดยมีผลบังคับใช้ 1 ปีเต็ม

สาเหตุหลักของการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อราคาน้ำมันโลก ซึ่งฟิลิปปินส์นำเข้ากว่า 90% ของความต้องการพลังงาน รัฐมนตรีพลังงานชารอน การิน ระบุว่าประเทศมีสำรองเชื้อเพลิงเพียง 45 วันตามอัตราการใช้ปัจจุบัน รัฐบาลจึงเร่งซื้อน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลจากทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมคลังสำรอง

มาตรการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ดำเนินการ

  • ตั้งคณะกรรมการกำกับการเคลื่อนย้าย จัดหา กระจาย และจัดสรรเชื้อเพลิง อาหาร ยา และสินค้าจำเป็น
  • ให้อำนาจจัดซื้อปิโตรเลียมล่วงหน้าและจ่ายเงินล่วงหน้า
  • ประสานกระทรวงการคลังกับธนาคารกลาง เฝ้าระวังผลต่อค่าเงินเปโซและเงินโอนจากต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิกวิจารณ์รัฐบาลว่าขาดเอกภาพในการรับมือราคาน้ำมันที่พุ่ง รัฐมนตรีเศรษฐกิจเตือนว่าอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี และเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่กลุ่มขนส่งและผู้บริโภคเตรียมประท้วง 2 วันตั้งแต่วันพฤหัสบดี เพื่อคัดค้านราคาน้ำมัน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจฟิลิปปินส์และภูมิภาค

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงาน แต่ยังต้องเผชิญความท้าทาย เช่น ค่าเงินอ่อนตัวและเงินเฟ้อ สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับหลายประเทศในเอเชียที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า ทำให้ต้นทุนการขนส่งและสินค้าพุ่งสูง

ในมุมกว้าง สงครามตะวันออกกลางไม่เพียงกระทบฟิลิปปินส์ แต่ยังส่งผลต่อไทยและอาเซียนทั้งหมด ราคาน้ำมันที่ผันผวนอาจทำให้ CPI ของไทยเพิ่มขึ้น รัฐบาลไทยควรติดตามใกล้ชิดและเสริมสำรองพลังงานให้เพียงพอ

นอกจากนี้ การประกาศดังกล่าวยังเป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ proactive ในการจัดการวิกฤต หากดำเนินการได้ดี อาจช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจได้

บทเรียนสำหรับประเทศไทย

จากกรณีฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม ไทยควรเร่งกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน ส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างไฟฟ้าจากโซลาร์และลม รวมถึงลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง

ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคขนส่งและอุตสาหกรรม ควรวางแผนรับมือราคาน้ำมันที่อาจขึ้นต่อเนื่อง ลองคำนวณต้นทุนใหม่และหาทางลดการใช้พลังงาน

สุดท้าย สถานการณ์นี้เตือนใจว่าความมั่นคงพลังงานคือหัวใจเศรษฐกิจ คุณคิดอย่างไรกับมาตรการของฟิลิปปินส์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม!

ที่มา – ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: