ชาวฟิลิปปินส์รวมตัวประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชันโครงการป้องกันน้ำท่วม และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมหลายสิบราย เหตุการณ์ ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อปัญหาการทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจฟิลิปปินส์จับกุมผู้ต้องสงสัย 49 คน ที่ก่อเหตุปาก้อนหิน ขวด และระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่ และกีดขวางถนนกับสะพานที่มุ่งตรงไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ขณะมีการชุมนุมอย่างสงบเพื่อต่อต้านการทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วมขึ้นในกรุงมะนิลา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผู้ปะท้วงจำนวนมากกว่า 33,000 คน ออกมาเดินขบวนที่สวนสาธารณะและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเมืองหลวงกรุงมะนิลา เพื่อแสดงความโกรธเกรี้ยวต่อข่าวอื้อฉาวเรื่องการคอร์รัปชันซึ่งมีสมาชิกสภานิติบัญญัติ, เจ้าหน้าที่ และเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
พวกเขาถูกกล่าวหาว่า รับเงินสินบนจำนวนมหาศาลจากโครงการป้องกันน้ำท่วมในฟิลิปปินส์ ซึ่งมักเผชิญกับพายุและพายุไต้ฝุ่นอยู่เป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประท้วงอย่างสงบ กลับมีคนกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณ 100 คน ซึ่งบางส่วนถือกระบอง, ธงชาติฟิลิปปินส์ และป้ายประท้วง ก่อนจะก่อเหตุใช้ความรุนแรง และปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนานนับชั่วโมง จนทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 70 นาย และโรงเรียนต้องปิดชั่วคราวเพราะเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ตำรวจฟิลิปปินส์ระบุว่า พวกเขายิงแก๊สน้ำตาเพื่อพยายามสลายกลุ่มผู้โจมตี หลังจากคนกลุ่มนี้ก่อเหตุพ่นสีกราฟฟิตีบนกำแพง, โค่นเสาเหล็ก, ทุบกระจก และบุกรุกห้องโถงของโรงแรมราคาประหยัดแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนน ซึ่งเต็มไปด้วยมหาวิทยาลัย ธนาคาร และร้านอาหาร ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปในตอนกลางคืน
หลังเกิดเหตุหลายชั่วโมง ตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุความรุนแรงได้อย่างน้อย 49 คน แต่ยังไม่เปิดเผยว่าพวกเขาเป็นใคร และยังไม่แน่ชัดว่าคนกลุ่มนี้เข้าร่วมการประท้วงอย่างสงบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหรือไม่
ทั้งนี้ การประท้วงในกรุงมะนิลาปะทุขึ้นหลังจาก คู่รักเศรษฐีคู่หนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างหลายแห่ง และชนะการประกวดราคาสัญญาโครงการป้องกันน้ำท่วมมูลค่ามหาศาล นำรถยนต์หรูแบรนด์ยุโรปและอเมริกันหลายสิบคันที่พวกเขาเป็นเจ้าของมาจัดแสดงระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อ บางคันมีราคาถึง 43 ล้านเปโซ (ราว 24 ล้านบาท)
เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนอย่างมาก เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อปีของชาวฟิลิปปินส์อยู่ที่ราว 353,230 เปโซเท่านั้น (ราว 197,700 บาท)
ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด ปะทะตำรวจใกล้ทำเนียบ ปธน. บาดเจ็บ-โดนจับอื้อ
เหตุการณ์ ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด ปะทะตำรวจใกล้ทำเนียบ ปธน. บาดเจ็บ-โดนจับอื้อ นั้น สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างหลายอย่างในประเทศ
สาเหตุที่ทำให้เกิด ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด
การประท้วงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความไม่พอใจที่สะสมมานานของประชาชนชาวฟิลิปปินส์ที่มีต่อการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการป้องกันน้ำท่วม ความรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากชนชั้นปกครองและกลุ่มทุน ทำให้ประชาชนออกมาแสดงพลังเพื่อเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง
สถานการณ์ ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด ทำให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขหรือเม็ดเงินที่สูญหายไป แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลและความยุติธรรมในสังคม การที่ประชาชนออกมาประท้วงอย่างรุนแรงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาหมดความอดทนและต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในฟิลิปปินส์จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม การสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีกลไกในการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและลดโอกาสในการเกิดเหตุการณ์ ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด ในอนาคต
ที่มา – ฟิลิปปินส์ประท้วงเดือด ปะทะตำรวจใกล้ทำเนียบ ปธน. บาดเจ็บ-โดนจับอื้อ


