สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่รักข่าวการเมืองและเศรษฐกิจไทย วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ จากพรรคภูมิใจไทย หรือที่เรียกกันติดปากว่า ภท. กันเลยนะครับ ปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น นี่กลายเป็นนโยบายเด็ดที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ศรีสะเกษเพื่อปลุกกระแสให้ชาวบ้านได้ฟังแบบใกล้ชิดสุดๆ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทินลุยเต็มที่ ตั้งแต่อำเภอปรางค์กู่ ขุขันธ์ ไปจนถึงกันทรลักษ์ ช่วยผู้สมัครหาเสียงโค้งสุดท้าย โดยไฮไลต์คือการชู ปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น ซึ่งเป็น “คำสั่งประชาชน” ที่จะช่วยเศรษฐกิจชายแดนโดยตรง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ราคาอาจพุ่งทะลุ 18,000-20,000 บาทต่อตันเลยทีเดียว! ชาวนาศรีสะเกษคงยิ้มแก้มปริถ้าสำเร็จ เพราะปกติราคาข้าวตกต่ำจากการแข่งขันนำเข้าจากเพื่อนบ้าน
ปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น นโยบายปากท้องคู่ความมั่นคง
นโยบายนี้ไม่ใช่แค่ปิดด่านธรรมดา แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์เกษตรกรไทยให้ราคาข้าวดีขึ้นจริงๆ อนุทินย้ำชัดว่าพรรคภท. หนุนกองทัพไทยเต็มที่ ไม่มีคำถาม “มีทหารไว้ทำไม” เพราะเชื่อว่าทหารจะปกป้องอธิปไตยจากกัมพูชาและนำชัยชนะมาสู่ชาติได้แน่นอน มันคือความมั่นคงคู่ปากท้องที่ลงตัวมากๆ เลยครับ
ตอบโต้เพื่อไทยแบบอารมณ์ดี ไม่เสิร์ฟจรวด BM21
พอมีข่าวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จากพรรคเพื่อไทย เตรียมเสิร์ฟเมนู “ผัดเผ็ดงูเห่า” อนุทินก็หัวเราะรับโต้แบบชิลๆ ว่า ใครเสิร์ฟอะไรก็เชิญ แต่ภท. จะทำให้ชาวศรีสะเกษไม่ต้องเจอ “จรวด BM21” จากชายแดนก็พอแล้ว! คำพูดนี้ฮาแต่น้ำหนัก เพราะ BM21 คืออาวุธหนักที่เคยเป็นประเด็นชายแดน ภท. ไม่วัดพลัง แต่เน้นนโยบายจับต้องได้
ถ้าภท. ได้เป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่ชงคือ “คนละครึ่งพลัส” เพราะสำรวจแล้วประชาชนอยากได้มากที่สุด พรรคพร้อมทั้งวัยวุฒิและประสบการณ์ ไม่ต้องทดลองงาน สามารถลุยงานต่อเนื่องได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาตั้งรัฐบาลใหม่
- ปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น: ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ทันตา
- คนละครึ่งพลัส: กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- หนุนกองทัพไทย: ปกป้องชาติและประชาชน
- นโยบายที่พร้อมใช้งาน ไม่ต้องลองผิดลองถูก
นอกจากนี้ กรณีพรรคเพื่อไทยจะฟ้องนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ปมคลิปเสียงหลุด อนุทินบอกยังไม่คุย แต่ย้ำว่าทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง พรรคไม่มีส่วน เน้นโปร่งใสสุดๆ
พูดถึงประโยชน์จริงๆ นะครับ ปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น จะช่วยชาวนาภาคอีสานที่พึ่งข้าวหอมมะลิเป็นหลัก ปัจจุบันราคาข้าวโพดต่ำเพราะนำเข้าถูกๆ ถ้าปิดด่านชั่วคราวเพื่อควบคุมอุปทาน ราคาจะพุ่งชัวร์ แถมยังสร้างงานในพื้นที่ ลดการไหลเวียนสินค้าผิดกฎหมาย เกษตรกรจะมีกำลังใจปลูกมากขึ้น เศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคักแน่นอน
ส่วนคนละครึ่งพลัส จะช่วยประชาชนซื้อของราคาถูกลงในช่วงเศรษฐกิจผันผวน โครงการนี้เคยพิสูจน์แล้วว่าสร้างยอดใช้จ่ายหมุนเวียนมหาศาล ถ้าทำต่อเนื่องจะฟื้นฟู SME และตลาดสดได้ดีมาก
สุดท้ายนี้ ผมคิดว่านโยบายของภท. แบบนี้แหละที่ประชาชนต้องการ จับต้องได้และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับ ปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น และคนละครึ่งพลัส? มาคอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!
ที่มา – ภท. ปลุกกระแสปิดด่านดันราคาข้าว 2 หมื่น ชง “คนละครึ่งพลัส” คิวแรกถ้าเป็นรัฐบาล





