​ยึดบุหรี่ไฟฟ้านับพันชิ้น สาวตระเวนขับเก๋ง เปิดท้ายขายตามร้านอาหาร

ยึดบุหรี่ไฟฟ้านับพันชิ้น สาวตระเวนขับเก๋ง เปิดท้ายขายตามร้านอาหาร

ยึดบุหรี่ไฟฟ้านับพันชิ้น สาวตระเวนขับเก๋ง เปิดท้ายขายตามร้านอาหาร

ในกรณีที่สร้างความฮือฮาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.กิตติสัณห์ ชะนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านของหญิงสาววัย 33 ปี ส่งผลให้มีการยึดบุหรี่ไฟฟ้ากว่าพันชิ้น ซึ่งถือเป็นคดีใหญ่ที่สะท้อนปัญหาการลักลอบค้าของเถื่อนในท้องถิ่น

ยึดบุหรี่ไฟฟ้านับพันชิ้น สาวตระเวนขับเก๋ง เปิดท้ายขายตามร้านอาหาร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ที่กองกำกับการสืบสวนจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเจ้าหน้าที่หลักอย่าง พ.ต.อ.นิตย์ วิธินันทกิตต์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน พ.ต.ท.สุรเดช นาคหมวก รองผู้กำกับการสืบสวน และ ร.ต.อ.ธีราวัชระ ช่วยสุข รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน เข้าร่วมแถลงข่าวการจับกุม

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชื่อ น.ส.นริศรา อายุ 33 ปี มีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยเธอขับรถเก๋งตระเวนไปตามร้านอาหารในพื้นที่อำเภอแปลงยาว ทุกคืนเพื่อเปิดท้ายรถขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอหมายค้นเข้าตรวจบ้านของเธอในอำเภอแปลงยาว

รายละเอียดการตรวจค้นและยึดของกลาง

เมื่อเข้าตรวจค้นบ้านของน.ส.นริศรา เจ้าหน้าที่พบและยึดบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก โดยทั้งหมดรวมกว่า 1,400 ชิ้น มูลค่าประมาณ 2 แสนบาท นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนพร้อมกระสุน และเงินสดจำนวนกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งน่าจะมาจากผลกำไรการค้าขายของเถื่อน

ไม่ใช่แค่นั้น เจ้าหน้าที่ยังขยายการตรวจค้นไปยังรถเก๋งสีขาวทะเบียนกรุงเทพมหานครของผู้ต้องหา ซึ่งพบบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนมากซ่อนไว้ในท้ายรถ สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงเครือข่ายการค้าที่เป็นระบบ โดยผู้ต้องหาใช้รถยนต์เป็นฐานที่มั่นในการจำหน่ายสินค้าตามสถานที่ต่างๆ ในยามค่ำคืน

  • ของกลางที่ยึดได้: บุหรี่ไฟฟ้า 1,400 ชิ้น
  • มูลค่ารวม: กว่า 200,000 บาท
  • เพิ่มเติม: อาวุธปืน, กระสุน, เงินสด 1 ล้านบาท
  • สถานที่: บ้านพักและรถยนต์ในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา

พฤติกรรมของน.ส.นริศราในการตระเวนขับเก๋งเปิดท้ายขายตามร้านอาหาร ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามมาอย่างใกล้ชิด โดยเธอมักเลือกช่วงกลางคืนที่ร้านอาหารคึกคัก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นสายตากฎหมาย

ปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ามาในประเทศไทยนั้น เป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญมานาน เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าถูกห้ามนำเข้าและจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ

จากข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่าทุกปีมีการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากที่นำเข้าทางชายแดนหรือพัสดุออนไลน์ แต่กรณีอย่างยึดบุหรี่ไฟฟ้านับพันชิ้น สาวตระเวนขับเก๋ง เปิดท้ายขายตามร้านอาหารนี้ แสดงให้เห็นถึงการค้าปลีกที่แพร่หลายในระดับชุมชน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตือนประชาชนให้ระวังการซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือได้รับสินค้าปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย การป้องกันปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการรายงานเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ หรือการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้า

สำหรับข้อกล่าวหาที่ตำรวจตั้งต่อน.ส.นริศรา คือ ช่วยซ่อนเร้น ซื้อ รับไว้ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย หากถูกตัดสินคดี ผู้ต้องหาอาจ面临โทษจำคุกรับไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการบังคับใช้กฎหมาย และหวังว่าจะช่วยลดปัญหาการค้าของเถื่อนในพื้นที่ หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย

ที่มา – ​ยึดบุหรี่ไฟฟ้านับพันชิ้น สาวตระเวนขับเก๋ง เปิดท้ายขายตามร้านอาหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: