ผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์เตรียมใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง หลังการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. หารือกับบริษัท เอเชีย เอราวัณ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีพี และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะเดินรถต่ออีก 4 เดือน เพื่อไม่ให้การเดินทางของประชาชนสะดุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยประเด็น รฟท. จ่อเซ็นซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อ 4 เดือน ถือเป็นความคืบหน้าที่ผู้โดยสารให้ความสนใจอย่างมาก
ตามแผนที่หารือกัน บริษัทจะให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 และทั้งสองฝ่ายเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ภายในสัปดาห์หน้า การขยายเวลาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือรักษาความต่อเนื่องของระบบขนส่งที่เชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิกับพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งผู้โดยสารทั่วไป นักท่องเที่ยว และคนทำงานใช้บริการเป็นประจำ
รฟท. จ่อเซ็นซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อ 4 เดือน
สำหรับเงื่อนไขการดำเนินงานในช่วง 4 เดือนดังกล่าว จะไม่มีการกำหนดค่าจ้างเดินรถเพิ่มเติม โดยยังใช้แนวทางเดิม คือการนำรายได้จากการให้บริการมาหักค่าใช้จ่ายตามกรอบการดำเนินงานปัจจุบัน แนวทางนี้ช่วยให้การเดินรถสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องรอการจัดทำสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ และช่วยลดความกังวลของผู้โดยสารที่อาจได้รับผลกระทบจากการหยุดให้บริการกะทันหัน
ในมุมของผู้ใช้บริการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจว่าจะยังสามารถเดินทางไปสนามบินหรือกลับเข้าตัวเมืองได้ตามปกติ การมีช่วงเวลารองรับอย่างชัดเจนยังเปิดโอกาสให้ รฟท. เตรียมแผนบริหารจัดการในระยะต่อไปได้รอบคอบมากขึ้น ทั้งเรื่องบุคลากร ระบบซ่อมบำรุง ตารางเดินรถ และมาตรฐานความปลอดภัย
รายละเอียดหลักประกันใหม่และการคุ้มครองบริการประชาชน
เดิมบริษัทเอกชนวางหลักประกันการสนับสนุนการเดินรถไว้ที่ 1,067 ล้านบาท หรือประมาณ 10% ของมูลค่าค่าสิทธิการเดินรถ 10,671 ล้านบาท ต่อมาบริษัทได้ขอคืนหลักประกันดังกล่าวจากกรณีที่ยื่นเรื่องขอยุติการเดินรถ ทั้งสองฝ่ายจึงนำประเด็นนี้เข้าสู่กระบวนการเจรจาภายใต้กรอบเวลา 60 วัน
ภายใต้ MOU ฉบับใหม่ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกำหนดให้เอกชนนำหลักประกันวงเงินประมาณ 533 ล้านบาทมาวางแทน คิดเป็นสัดส่วนราว 5% ของค่าใช้สิทธิการเดินรถ เพื่อรองรับการให้บริการตลอดระยะเวลา 4 เดือน หลักประกันดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจว่าเอกชนจะปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านการเดินรถ ความปลอดภัย และการดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หลักประกันเดิมจะเข้าสู่ขั้นตอนถอนคืนตามเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
- บริษัทเครือซีพีเตรียมเดินรถต่อระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570
- รฟท. และเอกชนเตรียมลงนาม MOU ภายในสัปดาห์หน้า
- ไม่มีการเรียกเก็บค่าจ้างเดินรถเพิ่มเติมในช่วง 4 เดือน
- หลักประกันใหม่มีวงเงินประมาณ 533 ล้านบาท
- รฟท. เตรียมแผนสำรองเพื่อป้องกันการให้บริการหยุดชะงัก
รฟท. เตรียมแผนสำรอง หากการเจรจาไม่เป็นไปตามแผน
แม้การขยายเวลาการเดินรถจะมีความคืบหน้า แต่ รฟท. ยังคงดำเนินการอีกด้านควบคู่กันไป นั่นคือการตรวจสอบข้อกฎหมายและเงื่อนไขในสัญญาเดิม เพื่อรักษาสิทธิของภาครัฐอย่างเต็มที่ การดำเนินการเช่นนี้ช่วยให้หน่วยงานมีทางเลือกหากการเจรจาไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ หรือหากมีเงื่อนไขบางประการที่ทำให้เอกชนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้
นอกจากนี้ รฟท. ได้มอบหมายให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. ซึ่งเป็นบริษัทลูก เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ามาบริหารจัดการบริการ โดยต้องเตรียมทั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ระบบควบคุมการเดินรถ การตรวจสอบโครงสร้างทาง สถานี และสภาพตัวรถไฟฟ้า แผนสำรองนี้จะช่วยให้ รฟท. สามารถรับช่วงต่อได้รวดเร็ว หากเกิดเหตุจำเป็นและช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะต้องเผชิญกับการหยุดให้บริการ
ภาพรวมของข่าว รฟท. จ่อเซ็นซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อ 4 เดือน จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการต่อเวลาการเดินรถเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเตรียมแผนรองรับของภาครัฐ การจัดการหลักประกัน และความพยายามรักษาความต่อเนื่องของระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตารางเดินรถ ค่าโดยสาร และมาตรการบริการในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ในความเห็นของเรา การมีทั้งแผนเดินรถระยะสั้นและแผนสำรองระยะยาวถือเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ดี สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นต่อจากนี้คือการสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส และแจ้งให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้า หากคุณใช้แอร์พอร์ตลิ้งก์เป็นประจำ อย่าลืมติดตามข่าวจาก รฟท. เพื่อวางแผนการเดินทางให้เหมาะสมและไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – รฟท. จ่อเซ็น “ซีพี” เดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อ 4 เดือน ลดหลักประกันเหลือ 533 ล้านบาท


