จะเลิกหรือไปต่อ รฟท. ชง 'อัยการสูงสุด' ชี้ขาดสัญญาอิตาเลียนไทย ปมเหตุเครนถล่มสีคิ้ว

รฟท. ชงอัยการสูงสุด ชี้ขาดสัญญาอิตาเลียนไทย จะเลิกหรือไปต่อ?


การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับสัญญาของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หลังเกิดเหตุการณ์เครนถล่มที่สีคิ้ว รฟท. จึงได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นสำคัญนี้ว่าจะ จะเลิกหรือไปต่อ กับสัญญาดังกล่าว

จะเลิกหรือไปต่อ? รฟท. ชี้ชะตาสัญญาอิตาเลียนไทย

หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าสลดใจที่เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มลงมา การรถไฟฯ ได้เร่งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ และพิจารณาถึงผลกระทบต่อสัญญาที่มีอยู่กับ ITD อย่างรอบด้าน โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า ITD ไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นการละเลยข้อกำหนดในสัญญา

ผลการสอบสวนเบื้องต้นและข้อเสนอแนะ

ผลการสอบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าการขาดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัย (Safety and Look Out Man) เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ นอกจากนี้ การตรวจสอบทางด้านวิศวกรรมพบว่าสลักเกลียวที่ใช้ยึดฐานรองเครนเกิดการชำรุด ทำให้ฐานรองรับด้านหน้าล้มลงมากระแทกกับขบวนรถไฟ

ด้วยเหตุนี้ รฟท. จึงได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดบริหาร และตัดสินใจที่จะส่งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อให้พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายว่า รฟท. ควร จะเลิกหรือไปต่อ กับสัญญากับ ITD

ทำไมต้องอัยการสูงสุด?

เนื่องจากการบอกเลิกสัญญาถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย รฟท. จึงต้องการความเห็นที่ชัดเจนและรัดกุมจากสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโครงการโดยรวม หากมีการบอกเลิกสัญญาและต้องจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากบอกเลิกสัญญา

หาก รฟท. ตัดสินใจบอกเลิกสัญญา สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 14 เดือน ทำให้โครงการล่าช้าออกไป นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ ITD อาจยื่นฟ้องร้องต่อ รฟท. ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม การพิจารณา จะเลิกหรือไปต่อ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชนเป็นสำคัญ

มาตรการเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย

ระหว่างที่รอผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุด รฟท. ได้สั่งระงับงานก่อสร้างในโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย และจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินงานได้เฉพาะสัญญาที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ รฟท. ยังเร่งรัดการจัดทำประกันภัยผู้โดยสารให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ รฟท. ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างสูงสุด และต้องมีการกำกับดูแลผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

การตัดสินใจว่าจะ จะเลิกหรือไปต่อ กับสัญญากับ ITD เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อโครงการ และความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน รฟท. จึงหวังว่าการพิจารณาของอัยการสูงสุดจะนำไปสู่แนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด

การรถไฟฯ กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้น เพื่อให้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับทุกคน

ที่มา – จะเลิกหรือไปต่อ รฟท. ชง “อัยการสูงสุด” ชี้ขาดสัญญาอิตาเลียนไทย ปมเหตุเครนถล่มสีคิ้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: