รมช.เกษตรฯ-รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ติดตามสถานการณ์-วางแผนแก้ปัญหาไฟป่า เป็นข่าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กำลังคุกคามสุขภาพประชาชนในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่กาญจนบุรีที่ได้รับผลกระทบหนัก
รมช.เกษตรฯ-รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ติดตามสถานการณ์-วางแผนแก้ปัญหาไฟป่า
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 เมษายน 2569 ณ โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก
สถานการณ์จุดความร้อนในกาญจนบุรี
จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 20 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนทั้งสิ้น 11,211 จุด โดยพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นจุดที่เกิดการเผาไหม้มากที่สุด อำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- อำเภอศรีสวัสดิ์
- อำเภอทองผาภูมิ
- อำเภอไทรโยค
เพื่อควบคุมสถานการณ์ จังหวัดกาญจนบุรีจึงประกาศกำหนดเขตควบคุมการเผาและเขตการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569
จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อบูรณาการงานกับหน่วยงานต่างๆ ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เน้นมาตรการป้องกันที่ต้นทาง เช่น บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดในป่าไม้ พื้นที่เกษตร และชุมชน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรจัดการวัสดุเหลือใช้แทนการเผา
นอกจากนี้ ยังดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง จัดโซนปลอดภัย (Safe Zone) และให้อุปกรณ์ป้องกันแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
คำแถลงจากรมช.เกษตรฯ และรมช.ศึกษาธิการ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 เนื่องจากกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโดยตรง การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจริงและเร่งแก้ไขตรงจุด
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เน้นย้ำว่าปัญหา PM 2.5 กระทบเด็กเล็กและผู้สูงอายุหนัก กระทรวงศึกษาฯ พร้อมรณรงค์สร้างความตระหนักให้เด็กนักเรียน ครู และประชาชน
มาตรการแก้ปัญหาไฟป่าและ PM 2.5 ในระยะยาว
ปัญหาไฟป่าในกาญจนบุรีเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเผาในพื้นที่เกษตร การบุกรุกป่า และสภาพอากาศแห้งแล้ง ส่งผลให้ฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน สุขภาพหายใจเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ มะเร็งปอด และปัญหาสุขภาพอื่นๆ รัฐบาลจึงวางแผนระยะยาว เช่น
- พัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับไฟป่าด้วย AI และดาวเทียม
- ส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ลดการเผาโดยใช้ชีวภาพแปรรูปวัสดุเหลือใช้
- รณรงค์ลดเผาไหม้ขยะในชุมชน
- เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ปราบปรามไฟป่า
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยหลีกเลี่ยงการเผา รายงานจุดความร้อนผ่านแอปพลิเคชัน และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อค่าฝุ่นสูง
การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม การแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากเราร่วมมือกัน ปัญหาไฟป่าและ PM 2.5 จะลดลงได้ในอนาคต ติดตามข่าวสารและมาตรการป้องกันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน
ที่มา – รมช.เกษตรฯ-รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ติดตามสถานการณ์-วางแผนแก้ปัญหาไฟป่า




