คุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน

รวบตัว! ชายต้องสงสัยพาคุณตาถอนเงิน 10 ล้าน

เกิดเหตุการณ์สุดแปลก เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารสังเกตเห็นความผิดปกติของชายคนหนึ่งที่พาคุณตาวัย 71 ปี ตระเวนถอนเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท จากบัญชีที่มีเงินกว่า 10 ล้านบาท ทำให้ต้องรีบแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวอ้างว่าเพิ่งรู้จักกับคุณตา และคุณตาเป็นคนชักชวนให้มาด้วยกัน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 15.30 น. พ.ต.ท.เอกภพ สกุลสยมภู สว.สส.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบชายต้องสงสัย หลังได้รับการประสานจากธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมน่าสงสัย พยายามถอนเงินจากบัญชีของคุณตาวัย 71 ปี ที่มีเงินฝากกว่า 10 ล้านบาท

จากการตรวจสอบทราบว่าคุณตาชื่อนายสมัคร อายุ 71 ปี ชาวอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนชายต้องสงสัยคือนายโต (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ พฤติกรรมของนายโตคือ พาคุณตาไปที่ธนาคารกรุงไทย สาขาท่าตะเกียบ เพื่อขอทำสมุดบัญชีใหม่ โดยอ้างว่าสมุดบัญชีเล่มเก่าหาย ธนาคารจึงออกสมุดบัญชีใหม่ให้ จากนั้นนายโตพยายามที่จะถอนเงินสด แต่เนื่องจากจำนวนเงินที่มาก ธนาคารจึงไม่มีเงินสดสำรองเพียงพอ

นายโตจึงพาคุณตาสมัครเดินทางเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทราตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2568 แต่เนื่องจากระยะทางไกล เมื่อเดินทางมาถึงก็เริ่มมืดค่ำ นายโตจึงพาคุณตาสมัครไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง กระทั่งวันที่ 18 กันยายน จึงเดินทางไปถอนเงินที่ธนาคารกรุงไทย สาขาในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ได้เงินมา 300,000 บาท ก่อนที่จะพาคุณตามาถอนเงินที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เงินมาอีก 700,000 บาท รวมเป็น 1 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาก่อนหน้าเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงประสานงานให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารตามออกมา พบเพียงคุณตาสมัครยืนอยู่หน้าศาลากลาง ส่วนนายโตกำลังเดินไปที่รถพร้อมเงินสด 1 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ธนาคารและ อส. จึงพยายามติดตามจนพบตัวที่รถ ก่อนประสานตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบ

จากการสอบถาม คุณตาสมัครให้การว่ามาถอนเงินให้หลาน แต่เมื่อถามไปมากลับเริ่มพูดจาสับสน บอกเพียงว่านายโตไม่ใช่ญาติ เป็นแค่คนที่เพิ่งรู้จัก ส่วนนายโตอ้างว่ามาเป็นเพื่อนคุณตาสมัคร เพราะคุณตาสมัครชวนมา แต่จากการตรวจค้น พบว่าเงินสด 700,000 บาท และ 300,000 บาท ยังอยู่ในซองสีน้ำตาลของธนาคาร ภายในถุงยังพบกระดาษเขียนชื่อบุคคล 3-4 คน พร้อมหมายเลขบัญชีธนาคาร และข้อความว่าต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารนั้นๆ บัญชีละ 990,000 บาท

นอกจากนี้ ในกระเป๋าสะพายของนายโต ยังพบโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง หนึ่งในนั้นคือโทรศัพท์มือถือของคุณตาสมัคร ที่นายโตอ้างว่านำมาเก็บไว้ให้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจในพฤติกรรม จึงประสานญาติของคุณตาสมัครมาที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่จดบันทึกไว้ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือไม่

ต่อมา นายทรัพย์ทวี อายุ 51 ปี ลูกเขยของคุณตาสมัคร เดินทางมายัง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามเรื่อง โดยระบุว่าพ่อ (คุณตา) น่าจะถูกมิจฉาชีพลักพาตัวมาตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ก่อนหน้านี้ พ่อโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนจะมาขอซื้อไม้ยูคาที่บ้าน โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ตอนนั้นตนเองรู้สึกแปลก ๆ แต่ติดงานจึงบอกภรรยาให้ไปดูพ่อที่บ้านหน่อย

แต่เมื่อไปถึงก็ไม่พบพ่อแล้ว ทราบว่ามีการไปขอสมุดบัญชีใหม่จากธนาคาร เนื่องจากสมุดบัญชีธนาคารของพ่ออยู่กับภรรยาของตนเอง ซึ่งเป็นคนเก็บรักษาไว้ เพราะเงิน 10 ล้านในบัญชีของพ่อ เดิมทีเป็นของแม่ แต่เมื่อแม่เสียชีวิต ภรรยาของตนจึงทำเรื่องย้ายชื่อมาเป็นของพ่อได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว โดยภรรยาเป็นคนถือสมุดบัญชีไว้ให้พ่อ

จนกระทั่งทราบเรื่องอีกที ก็พบว่ามีการไปขอสมุดบัญชีธนาคารใหม่ ก่อนจะพาพ่อคุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน ออกมาจากธนาคาร ส่วนผู้ร่วมขบวนการมีกี่คน หรือรายชื่อที่ระบุในเศษกระดาษเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านเจ้าหน้าที่ธนาคารเผยว่าเป็นความโชคดีที่ตรวจพบความผิดปกติครั้งนี้ และยังไม่สูญเงิน 10 ล้านบาทนี้ไป

เบื้องต้น พ.ต.ท.เอกภพ สกุลสยมภู คุมตัวนายโตเข้าไปสืบสวนในห้อง เพื่อหาความเชื่อมโยงรายชื่ออีก 3-4 คน ที่อยู่ในถุงกระดาษ พร้อมหมายเลขบัญชีธนาคาร ที่ต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารนั้นๆ บัญชีละ 990,000 บาท ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป

คุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน สะท้อนถึงภัยใกล้ตัว

เหตุการณ์นี้ คุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน บาท เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงภัยที่อาจเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้ง่าย การดูแลเอาใจใส่ และให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุเกี่ยวกับกลโกงต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ต้องระวัง! มิจฉาชีพคุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและสังเกตพฤติกรรมที่น่าสงสัยของบุคคลรอบข้าง หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

คุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราต้องระวังและใส่ใจ

ที่มา – คุมตัวชายต้องสงสัย หลังพาตาวัย 71 ตระเวนถอนเงินสด ออกจากบัญชีที่มีกว่า 10 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: