ตำรวจ ปปป. รวบอดีตตำรวจนอกรีต ร่วมพวกเรียกเงินผู้ต้องหาคดียาเสพติด แลกไม่ดำเนินคดี หนีรายงานตัวต่อพนักงานอัยการ เบื้องต้นให้การรับสารภาพ
วันที่ 30 ต.ค. 68 พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. สั่งการ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปปป. นำกำลังจับกุม ด.ต.สง่า อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ที่ 17/2568 ลงวันที่ 23 ก.ย. 2568 ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ร่วมกันรับเงิน ทรัพย์สินจากผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด, ร่วมกันสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด, ร่วมกันรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ” โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.3 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2562 ขณะที่ ด.ต.สง่า ยังรับราชการเป็นตำรวจอยู่ในสังกัดภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่กลับมีพฤติกรรมร่วมกับพวกรวม 4 คน เรียกเงินผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 3 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ก่อนร่วมกันจัดทำหนังสือบันทึกการจับกุมด้วยข้อมูลเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหาคดียาเสพติดให้ได้รับโทษน้อยลง
ต่อมาเรื่องดังกล่าวเกิดแดงขึ้น จึงทำให้ ด.ต.สง่า และ พวก ถูกตรวจสอบดำเนินคดี ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด ด.ต.สง่า กับพวก ให้มารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ แต่ท้้งหมดกลับหลบหนีไม่มารายงานตัวตามนัดหมาย จึงขออำนาจศาลออกหมายจับไว้ จนกระทั่งนำมาสู่การตามจับกุมตัว ด.ต.สง่า ได้ดังกล่าว
สอบสวนเบื้องต้น ด.ต.สง่า ให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 2 ภาค 6 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
รวบอดีตตำรวจนอกรีต ร่วมพวกเรียกเงินผู้ต้องหาคดียาเสพติด แลกไม่ดำเนินคดี
คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการใช้อำนาจโดยมิชอบนั้นย่อมมีจุดจบเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม การกระทำที่ผิดกฎหมายและศีลธรรมย่อมถูกเปิดเผยและนำไปสู่การลงโทษในที่สุด การเรียกเงินผู้ต้องหาเป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรมและสังคมโดยรวม
ผลกระทบของการเรียกเงินผู้ต้องหา
- ทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ
- สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
- เปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดตัวจริงหลุดรอดไปได้
- บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ
การที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้รักษากฎหมายกระทำผิดเสียเอง ยิ่งทำให้ประชาชนขาดความไว้วางใจในองค์กรตำรวจ ดังนั้น การปราบปรามการทุจริตในวงการตำรวจจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและทำให้กระบวนการยุติธรรมมีความโปร่งใสและเป็นธรรมอย่างแท้จริง
การดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิด
ในกรณีของ ด.ต.สง่า และพวก จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น และแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ การเรียกเงินผู้ต้องหาคดียาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรงที่มีโทษทางอาญา การที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดเสียเอง ยิ่งต้องได้รับโทษหนักกว่าบุคคลทั่วไป
นอกจากนี้ ควรมีการตรวจสอบทรัพย์สินของ ด.ต.สง่า และ พวก อย่างละเอียด เพื่อนำทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดมาคืนให้กับผู้เสียหาย หรือนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะต่อไป
ความสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ
คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในองค์กรตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ การมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ จะช่วยลดโอกาสในการเกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพยานและผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต เพื่อให้พวกเขากล้าที่จะออกมาเปิดเผยความจริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับอันตราย
สรุป
การเรียกเงินผู้ต้องหาเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสังคม และต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การดำเนินคดีกับ ด.ต.สง่า และพวก เป็นเพียงก้าวแรกในการปราบปรามการทุจริต การสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีกลไกการถ่วงดุลอำนาจที่เข้มแข็ง จะเป็นหนทางที่ยั่งยืนในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ที่มา – รวบอดีตตำรวจนอกรีต ร่วมพวกเรียกเงินผู้ต้องหาคดียาเสพติด แลกไม่ดำเนินคดี



