สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคน ในฤดูฝนแบบนี้ ปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นฝันร้ายประจำปี แต่ข่าวดีมาบอกว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่นิ่งนอนใจ ล่าสุดมีการ ระดมอุดฟันหลอน้ำล้น “ชุมชนโรงสี” จี้ สนน. โยก ปชช.ล้ำแนวเขื่อน ลุยรับมือน้ำเหนือ-หนุน เพื่อปกป้องพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญมากสำหรับชาวยานนาวาและพื้นที่ใกล้เคียง
ระดมอุดฟันหลอน้ำล้น “ชุมชนโรงสี” จี้ สนน. โยก ปชช.ล้ำแนวเขื่อน ลุยรับมือน้ำเหนือ-หนุน
โครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณชุมชนโรงสี ถนนพระรามที่ 3 เขตยานนาวา ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มาแล้ว โดยครอบคลุมระยะทางประมาณ 300 เมตร เป้าหมายหลักคืออุดช่องโหว่หรือ ‘ฟันหลอ’ ของคันกั้นน้ำเดิม ให้แข็งแกร่งถาวร ป้องกันน้ำล้นทะลักเข้าชุมชน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าเอง สั่งการให้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) เร่งรัดทุกขั้นตอน เพื่อให้ทันกรอบเวลา
เจรจาย้ายประชาชนรุกล้ำแนวเขื่อนอย่างเป็นธรรม
หนึ่งในอุปสรรคใหญ่คือบ้านเรือนประชาชนที่รุกล้ำแนวเขื่อน ผู้ว่าฯ กำชับ สนน. ต้องเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้าน รื้อย้ายให้เรียบร้อย เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้าง แนวทางที่ใช้คือเน้นความเป็นธรรม ลดผลกระทบต่ำสุด ไม่ปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อ เพราะหากช้า น้ำท่วมอาจมาเยือนก่อน
- เสริมแนวกระสอบทราย ในจุดเสี่ยงทันที
- ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ไว้รับมือฉุกเฉิน
- เฝ้าระวัง 24 ชม. สถานการณ์น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน
- ประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้พร้อมทุกด้าน
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 7 บุญมี ปุรุราชรังสรรค์ ในเขตยานนาวา ซึ่งคืบหน้า 93.024% แต่ล่าช้ากว่าแผน 6.796% ผู้ว่าฯ สั่งเขตและผู้รับจ้างเร่งแก้ปัญหา โดยด่วน เพื่อไม่ให้กระทบบริการสุขภาพของประชาชน
ทำไม “ชุมชนโรงสี” ถึงเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วม?
ชุมชนโรงสีตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ แต่แนวกันน้ำเดิมมีช่องโหว่ ทำให้เมื่อน้ำเหนือจากภาคเหนือไหลมารวมกับน้ำทะเลหนุนจากอ่าวไทย ก็มักล้นทะลัก อดีตเคยน้ำท่วมหนัก สูญเสียทรัพย์สินมหาศาล โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่ก่อสร้าง แต่เป็นการยกระดับความมั่นคงทั้งระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ช่วยลดความเสี่ยงให้เขตยานนาวาและใกล้เคียง
จากประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่กรุงเทพฯ จมน้ำนานหลายวัน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โครงการอย่าง ระดมอุดฟันหลอน้ำล้น “ชุมชนโรงสี” จี้ สนน. โยก ปชช.ล้ำแนวเขื่อน ลุยรับมือน้ำเหนือ-หนุน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่มุ่งแก้ปัญหาจากรากฐาน ไม่ใช่แก้แค่เฉพาะหน้า การลงพื้นที่บ่อยๆ และสั่งการตรงนี้ ทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น
นอกจากนี้ กทม. ยังมีแผนขยายโครงการคล้ายๆ กันไปยังจุดเสี่ยงอื่นๆ เช่น คลองต่างๆ และชุมชนริมน้ำ เพื่อให้กรุงเทพฯ ทนน้ำท่วมได้ยั่งยืน ในอนาคต หากทุกฝ่ายร่วมมือ ไม่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ปัญหาจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ประโยชน์ระยะยาวของโครงการป้องกันน้ำท่วม
- ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินประชาชนนับพันครัวเรือน
- ลดค่าใช้จ่ายฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
- เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในพื้นที่
- สนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
ส่วนตัวผมคิดว่า โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นการทำงานเชิงรุกของกทม. หากสำเร็จ จะเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นๆ ตามไปทำ
คำแนะนำสำหรับประชาชน: หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองตรวจสอบแนวเขื่อนใกล้บ้าน และเตรียมถุงทรายหรือแผนอพยพไว้ ติดตามประกาศจากกทม. ผ่านแอปแจ้งเตือนน้ำท่วมได้เลยครับ สนับสนุนผู้ว่าฯ ชัชชาติให้ทำงานต่อไป!
ที่มา – ระดมอุดฟันหลอน้ำล้น “ชุมชนโรงสี” จี้ สนน. โยก ปชช.ล้ำแนวเขื่อน ลุยรับมือน้ำเหนือ-หนุน


