สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีจากรัฐบาลที่เพิ่งมีผลบังคับใช้มาบอกกันครับ นั่นคือ รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยาคดีอาญา สูงสุด 3 แสนบาท สำหรับผู้เสียหายในคดีอาญาและจำเลยที่ศาลพิพากษายกฟ้องแล้ว มาตรการนี้จะช่วยให้ทุกคนได้รับการชดเชยที่เป็นธรรมมากขึ้น สอดคล้องกับค่าครองชีพและสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ใครที่เคยเจอเรื่องแบบนี้หรือกลัวว่าจะเจอ ต้องอ่านให้จบเลยนะครับ
รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยาคดีอาญา สูงสุด 3 แสนบาท
รองโฆษกรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป การปรับปรุงครั้งนี้เกิดจากความจำเป็นต้องอัปเดตอัตราเยียวยาให้ทันสมัย เพราะเดิมเงินชดเชยน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายจริงในสังคมไทยทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือจำเลยที่ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมแต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง ตอนนี้รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยาให้สูงขึ้นหลายเท่า เพื่อลดภาระและสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยครับ
รายละเอียดรัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยาคดีอาญา สูงสุด 3 แสนบาท สำหรับผู้เสียหาย
สำหรับ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นฝ่ายที่ได้รับความเสียหายจากอาชญากรรม มีการปรับเพิ่มดังนี้
- กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย: จากเดิม 30,000-100,000 บาท ปรับเป็น สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ในวงเงินเดียว ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือแบบครบวงจร
- กรณีผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย:
- ค่ารักษาพยาบาล: เพิ่มเป็นไม่เกิน 80,000 บาท (จ่ายตามจริง ไม่เกินเพดาน)
- ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ: เพิ่มเป็นไม่เกิน 50,000 บาท
- ค่าเสียหายอื่นๆ ทางร่างกายหรือจิตใจ: เพิ่มเป็นไม่เกิน 100,000 บาท
- กรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ: กำหนดใหม่ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยาคดีอาญา สูงสุด 3 แสนบาท สำหรับจำเลยที่ได้รับการยกฟ้อง
ส่วน จำเลย ที่ถูกดำเนินคดีแต่ศาลพิพากษาว่าไม่ผิด หรือยกฟ้อง ก็ได้รับการคุ้มครองเพิ่มเช่นกัน
- กรณีจำเลยถึงแก่ความตายจากการถูกดำเนินคดี: ปรับเพดานเป็นสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
- กรณีจำเลยไม่ถึงแก่ความตาย:
- ค่ารักษาพยาบาล: ไม่เกิน 80,000 บาท (จ่ายตามจริง)
- ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ: ไม่เกิน 50,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี: ไม่เกิน 30,000 บาท (เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทาง)
นอกจากเพิ่มเงินแล้ว ยังปรับปรุงกระบวนการให้คล่องตัว ลดขั้นตอนยุ่งยาก เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาได้เร็วขึ้น รองโฆษกฯ ระบุว่ามาตรการนี้สะท้อนความเสียหายจริง ลดช่องว่างระหว่างกฎหมายกับชีวิตจริงของประชาชน
ทำไมมาตรการนี้ถึงสำคัญมาก? ลองคิดดูครับ ในคดีอาญา ผู้เสียหายอาจต้องเสียค่ารักษา ค่าฝังศพ หรือสูญเสียรายได้ไปนานๆ ขณะที่จำเลยที่บริสุทธิ์อาจต้องเสียเวลา เงินทองไปกับการสู้คดีเป็นปีๆ เดิมเงินเยียวยาแค่หลักหมื่น ไม่พอปิดบาดแผล แต่ตอนนี้สูงสุด 3 แสนบาท ช่วยให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ง่ายขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถูกทำร้ายจนพิการ ค่ารักษา+ฟื้นฟูอาจเกินแสน ตอนนี้ได้ชดเชยเต็มที่ หรือจำเลยที่ถูกจับโดยไม่มีหลักฐานชัด แต่ต่อมาถูกยกฟ้อง ก็ได้ค่าทนายคืนบางส่วน ช่วยลดความอยุติธรรมทางสังคม
พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ พ.ศ. 2544 เดิมทีมีไว้คุ้มครอง แต่ไม่เคยปรับปรุงนาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญ ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเจอคดีแบบนี้ สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงานคณะกรรมการยุติธรรมกระบวนการทางอาญา (สคย.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แค่เตรียมเอกสารคำพิพากษา ใบเสร็จค่าใช้จ่าย ก็ขอได้ครับ
ในมุมมองผม นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลใส่ใจสิทธิพลเมืองจริงจัง ช่วยเสริมภาพลักษณ์กระบวนการยุติธรรมให้ทันสมัย หากเทียบกับต่างประเทศอย่างสหรัฐฯ หรือยุโรป ที่มีกองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากอาชญากรรมมูลค่าสูง ไทยเราก็กำลังตามทันแล้ว
สุดท้าย ถ้าคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีอาญาหรือคำถามเรื่องการขอเงินเยียวยา คอมเมนต์มาพูดคุยกันด้านล่างได้เลยนะครับ! อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และครอบครัว เพื่อให้ทุกคนรู้สิทธิตัวเอง ติดตามบล็อกเราเพื่อข่าวกฎหมายอัปเดตต่อไปครับ
ที่มา – รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยา ผู้เสียหาย–จำเลยในคดีอาญาที่ยกฟ้อง สูงสุดถึง 3 แสนบาท มีผลใช้บังคับแล้ว


