สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวอัพเดทสำคัญจากราชกิจจานุเบกษาที่หลายคนรอคอย นั่นคือ ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อรับมือกับสถานการณ์รุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เรามาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ กันเลยครับ
ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน
ตามประกาศ 3 ฉบับที่ราชกิจจาฯ เผยแพร่ มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตจังหวัดนราธิวาส (ยกเว้นบางอำเภอ) จังหวัดปัตตานี (ยกเว้นบางอำเภอ) และจังหวัดยะลา (ยกเว้นบางอำเภอ) ออกไปอีก 3 เดือน เหตุผลหลักคือยังมีเหตุการณ์รุนแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยประชาชน และการดำรงชีวิตปกติ เช่น การก่อวินาศกรรม การซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ และการพบแหล่งหลบซ่อนอาวุธของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
รายละเอียดพื้นที่ที่ขยาย:
- จังหวัดนราธิวาส: ยกเว้นอำเภอยี่งอ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน
- จังหวัดปัตตานี: ยกเว้นอำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน
- จังหวัดยะลา: ยกเว้นอำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง
การขยายเวลานี้มาจากอำนาจตามมาตรา 5 และ 11 ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามเมื่อ 11 เมษายน 2569 เพื่อให้การแก้ปัญหามีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
กรณีพิเศษอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
นอกจากนี้ ยังมีประกาศใหม่กำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน อำเภอสุไหงโก-ลก เป็นเวลา 3 เดือนเช่นกัน หลังจากก่อนหน้านี้ยกเลิกแล้วแต่สถานการณ์ยังรุนแรง กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิต ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และประชาชนแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเสนอแนะให้กลับมาใช้มาตรการพิเศษนี้เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด
ประกาศอื่นที่ยังคงมีผลบังคับใช้
ราชกิจจาฯ ยังยืนยันให้ประกาศเก่าๆ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลต่อไป เช่น ประกาศตั้งแต่ปี 2548 การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ การกำหนดอำนาจนายกฯ แทนรัฐมนตรี ฯลฯ เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานป้องกันและระงับเหตุรุนแรง
สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังคงน่ากังวล แม้จะมีพัฒนาการดีขึ้นในบางพื้นที่ แต่เหตุการณ์ยิงถล่ม ลอบวางระเบิดยังเกิดบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางกฎหมายอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบ จับกุม และป้องกันภัย
สำหรับพี่น้องที่อาศัยในพื้นที่ สามารถติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย เช่น หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง รายงานเหตุต้องสงสัย และสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ
จากมุมมองของผม การตัดสินใจ ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน นี้เป็นเรื่องจำเป็นในระยะสั้น เพื่อรักษาความมั่นคง แต่รัฐบาลควรเร่งเจรจาสันติภาพและพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ควบคู่ไปด้วย เพื่อแก้ปัญหาจากรากเหง้าให้ยั่งยืน คุณคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการนี้? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการเมือง-ความมั่นคง!
ที่มา – ราชกิจจาฯ เผย ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจ.นราธิวาส-อ.สุไหงโก-ลก ออกไปอีก 3 เดือน


