จากกรณีข่าวหนุ่มกัมพูชา อดีตนักศึกษาทุนที่ผันตัวไปเข้าร่วมการสู้รบตามแนวชายแดน ล่าสุดมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้ออกมายืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของบุคคลดังกล่าวแล้ว
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่าอดีตนักศึกษาชาวกัมพูชาเป็นนักศึกษาทุนจริง แต่ได้ลาออกไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจทางทหาร
ราชภัฏสุรินทร์ ยันหนุ่มกัมพูชาเคยเป็นนักศึกษาทุน แต่ลาออกก่อนเกิดเหตุชายแดน
ตามรายงานจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อดีตนักศึกษาคนดังกล่าวเคยศึกษาในสาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ชั้นปีที่ 2 โดยได้รับทุนการศึกษาประเภท “เรียนดีมีความสามารถ” ซึ่งเป็นโครงการที่มอบทุนให้นักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในกลุ่มประเทศอาเซียน
นักศึกษาชาวกัมพูชารายนี้เป็นหนึ่งในแปดคนที่ได้รับทุนดังกล่าวจากประเทศกัมพูชา
ทางมหาวิทยาลัยระบุว่านักศึกษาคนดังกล่าวเดินทางกลับจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมเดือนมีนาคม และไม่ได้กลับมาศึกษาต่ออีกเลย จนกระทั่งวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ได้ฝากเพื่อนทำเรื่องลาออก โดยให้เหตุผลว่าต้องไปเป็นทหาร
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีนักศึกษาชาวกัมพูชาทั้งหมด 32 คน ซึ่งทั้งหมดได้เดินทางกลับประเทศแล้ว โดย 14 คนเดินทางกลับด้วยตั๋วเครื่องบินที่ครอบครัวออกค่าใช้จ่ายเอง ส่วนที่เหลือมหาวิทยาลัยได้ประสานงานให้เดินทางกลับผ่านช่องเม็กและช่องหนองนกเขียนในประเทศลาว
สำหรับความเป็นไปได้ในการกลับมาศึกษาต่อนั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่มีนักศึกษาบางส่วนที่สามารถหาที่เรียนใหม่ในประเทศกัมพูชาได้แล้ว ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้มอบข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถโอนหน่วยกิตและศึกษาต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
แล้วเรื่องทุนการศึกษาในอนาคตล่ะ?
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีบริษัทเอกชนให้การสนับสนุนทุนการศึกษาฟรีแก่นักศึกษาชาวกัมพูชาจำนวน 10 ทุนสำหรับการศึกษาในปีหน้า แต่เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องระงับการรับนักศึกษาใหม่ไว้ก่อน
เกี่ยวกับประเด็นที่อดีตนักศึกษาชาวกัมพูชารายนี้ได้โพสต์ข้อความที่สนับสนุน “ฮุนเซน” และโจมตีประเทศไทย ทางมหาวิทยาลัยให้ความเห็นว่าอาจเป็นเพราะนักศึกษาได้รับข้อมูลด้านเดียวและอาจมีข้อบังคับให้ข้าราชการชาวกัมพูชาทุกคนต้องแสดงความรักชาติผ่านการโพสต์และแชร์ข้อมูลในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอาจขาดการกลั่นกรองข้อมูลที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังเสริมอีกว่าศิษย์เก่าชาวกัมพูชาที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์หลายคนปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญในประเทศกัมพูชา ทั้งในภาครัฐและในสถาบันการศึกษา รวมถึงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัย
จากการสอบถามเพื่อนร่วมห้องของอดีตนักศึกษาชาวกัมพูชารายนี้ ทราบว่าชื่อจริงของเขาคือนายรณชิต โดยในช่วงเดือนมีนาคม นายรณชิตได้เก็บของกลับบ้านที่กัมพูชา และบอกกับเพื่อนว่าจะไปสมัครเป็นทหาร
หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งตามแนวชายแดน เพื่อนคนไทยจึงถูกนายรณชิตบล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมด เนื่องจากอาจเห็นว่าเพื่อนแชร์ข่าวความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา
เพื่อนของนายรณชิตรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบแทนบุญคุณด้วยการเป็นศัตรู ทั้งๆ ที่ได้รับทุนการศึกษาฟรีจากมหาวิทยาลัย ในขณะที่นักศึกษาไทยต้องกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.)
เพื่อนคนดังกล่าวเสริมว่า ตลอดเวลาที่รู้จักกันไม่เคยเห็นว่านายรณชิตแสดงออกถึงความคลั่งชาติหรือรักชาติมากขนาดนี้ ในฐานะนักศึกษาชาวไทยจึงรู้สึกน้อยใจที่นักศึกษาชาวกัมพูชาได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มากกว่า
ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะสร้างความผิดหวังให้กับหลายฝ่าย แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องไม่ตัดสินคนทั้งกลุ่มจากพฤติกรรมของคนเพียงคนเดียว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านและให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษาจากทุกชาติ
เรื่องราวของ ราชภัฏสุรินทร์ ยันหนุ่มกัมพูชาเคยเป็นนักศึกษาทุน แต่ลาออกก่อนเกิดเหตุชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ชายแดน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
ที่มา – ราชภัฏสุรินทร์ ยันหนุ่มกัมพูชาเคยเป็นนักศึกษาทุน แต่ลาออกก่อนเกิดเหตุชายแดน



