ราเด โบกดาโนวิช ขอโทษหลังเหยียดผิวในรายการสด
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการฟุตบอลโลกเมื่ออดีตนักเตะชื่อดังอย่าง ราเด โบกดาโนวิช ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เขาได้พูดจาเชิงเหยียดเชื้อชาติต่อนักเตะผิวสีระหว่างการวิเคราะห์เกมการแข่งขันฟุตบอลโลกทางสถานีโทรทัศน์ RTS ของประเทศเซอร์เบีย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกเป็นอย่างมาก
ราเด โบกดาโนวิช ขอโทษหลังเหยียดผิวในรายการสด
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในระหว่างการถ่ายทอดสดเกมการแข่งขันระหว่างทีมชาติเบลเยียมและอิหร่าน โบกดาโนวิชวัย 56 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษให้กับสถานีโทรทัศน์ ได้วิจารณ์การเล่นของ Nathan Ngoy กองหลังทีมชาติเบลเยียมที่โดนใบแดง โดยเขาได้กล่าวถ้อยคำพาดพิงถึงสภาพร่างกายและความสามารถของผู้เล่นผิวสีในเชิงเหยียดหยาม ซึ่งแน่นอนว่าหลังจาก ราเด โบกดาโนวิช ขอโทษหลังเหยียดผิวในรายการสด ผ่านสื่อต่างๆ ผู้คนบนโซเชียลมีเดียต่างก็รุมวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมนี้อย่างหนักหน่วง
รายละเอียดคำขอโทษจากอดีตนักเตะ
หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โบกดาโนวิชได้ส่งแถลงการณ์ไปยังสำนักข่าว Reuters โดยระบุว่าเขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อคำพูดที่กล่าวถึงนักฟุตบอลผิวสี ในขณะที่ทางสถานี RTS ก็รีบออกมาชี้แจงว่าเขามิใช่พนักงานประจำของบริษัท แต่เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาวิเคราะห์เกมในทัวร์นาเมนต์นี้เท่านั้น และทางสถานีเองก็ได้ขอโทษต่อผู้ชมทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน
- การกระทำของนักวิจารณ์ฟุตบอลส่งผลต่อบรรยากาศการแข่งขัน
- แนวคิดการเหยียดเชื้อชาติในกีฬาระดับโลกเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
- การรณรงค์ความเท่าเทียมในวงการฟุตบอลยังคงต้องดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าตัวจะออกมากล่าวคำขอโทษ แต่พฤติกรรมเดิมที่เขายืนยันในระหว่างรายการว่า “นักเตะผิวสีมักขาดสมาธิในการเล่นระยะยาว” นั้นยังคงทำให้แฟนบอลจำนวนมากตั้งคำถามถึงความเท่าเทียมในแวดวงกีฬา โลกฟุตบอลในปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความหลากหลายและการเคารพซึ่งกันและกัน ดังนั้นคำพูดในทำนองนี้จึงเป็นสิ่งที่ขัดต่อค่านิยมของกีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบันอย่างรุนแรง
ท้ายที่สุด การที่ต้องมีข่าวอย่าง ราเด โบกดาโนวิช ขอโทษหลังเหยียดผิวในรายการสด นับเป็นบทเรียนสำคัญให้กับสื่อและบุคคลสาธารณะทุกคนว่า ฟุตบอลคือกีฬาที่รวมใจคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน และไม่มีพื้นที่ให้กับคำพูดที่เหยียดหยามเพื่อนมนุษย์ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม หวังว่าในอนาคตเราจะเห็นการวิจารณ์ฟุตบอลที่เป็นไปอย่างมืออาชีพและสร้างสรรค์มากกว่านี้
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



