ร้องเอาผิด “ผอ.โรงเรียน” ทำอนาจารเด็กนานหลายปี ขู่ไม่ให้ทุนหากปากโป้ง
กลายเป็นข่าวที่สังคมกำลังให้ความสนใจและสะเทือนใจอย่างมาก เมื่อกลุ่มผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงถึง 11 ราย ได้เดินทางไปยังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อร้องเอาผิด “ผอ.โรงเรียน” ทำอนาจารเด็กนานหลายปี หลังจากที่ลูกหลานของพวกเขาถูกผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ล่วงละเมิดทางเพศด้วยการจับหน้าอกมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ตำแหน่งและทุนการศึกษามาเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ไม่ให้เด็กนำเรื่องไปบอกผู้ปกครอง
พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก โดยเด็กวัยประถมถึงมัธยมต้นหลายคนเล่าตรงกันว่า ผอ. มักจะเรียกให้เข้าไปพบที่บ้านพักครูในโรงเรียน โดยอ้างเหตุผลสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการตัดผม การทำงานบ้าน หรือการแจกเสื้อซับใน ซึ่งภายใต้หน้ากากของผู้ใหญ่ใจดี กลับซ่อนพฤติกรรมสุดฉาวที่ทำกับเด็กนักเรียนหญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รายละเอียดการกระทำผิดและการกดดันจากคนรอบข้าง
นอกจากพฤติกรรมการล่วงละเมิดแล้ว สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการที่เด็กๆ เคยไปแจ้งเรื่องนี้กับครูคนอื่นๆ ในโรงเรียน แต่กลับได้รับคำตอบที่น่าหดหู่ว่า “ให้รักโรงเรียน อย่าทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง” มากกว่าที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือปกป้องนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อของการร้องเอาผิด “ผอ.โรงเรียน” ทำอนาจารเด็กนานหลายปี ทำให้เด็กหลายคนต้องทนทุกข์และถูกกระทำซ้ำๆ เป็นเวลานานหลายปี
- ผอ. มีการเรียกนักเรียนหญิงไปที่บ้านพักครูเพื่อทำงานบ้านและตัดผม
- ใช้การข่มขู่ว่าจะไม่ให้ทุนการศึกษาหากเด็กนำเรื่องไปบอกพ่อแม่
- มีการหักเงินค่าอุปกรณ์การเรียนของรัฐบาลเพื่อซื้อเสื้อซับในมาให้เด็ก จนกลายเป็นข้อสงสัยในพฤติกรรม
- ครูในโรงเรียนบางคนเพิกเฉยต่อปัญหาและพยายามกดดันไม่ให้เด็กแจ้งความ
ล่าสุด ทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ได้ออกคำสั่งให้ ผอ. คนดังกล่าวออกจากพื้นที่และไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตแล้ว เพื่อเตรียมตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงและดำเนินคดีทางอาญาต่อไป หากผลการพิสูจน์พบว่ากระทำผิดจริง จะถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของระบบการศึกษาไทย
แนวทางการช่วยเหลือและมุมมองในอนาคต
เหตุการณ์ที่ผู้ปกครองต้องรวมตัวกันเพื่อร้องเอาผิด “ผอ.โรงเรียน” ทำอนาจารเด็กนานหลายปี เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า เสียงของเด็กและผู้ปกครองต้องได้รับการรับฟังมากกว่าการที่สถาบันจะพยายามปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ความปลอดภัยของเด็กในสถานศึกษาควรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และครูหรือผู้บริหารที่มีพฤติกรรมเช่นนี้จะต้องไม่มีที่ยืนในสังคม
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินคดีครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับนักเรียนจริงๆ ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้ใหญ่บางคนใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า หากพบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้ อย่าปล่อยให้ผ่านไปเด็ดขาด การแจ้งเบาะแสสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือทางออกเดียวที่จะช่วยหยุดยั้งวงจรเลวร้ายนี้ได้
ที่มา – ร้องเอาผิด “ผอ.โรงเรียน” ทำอนาจารเด็กนานหลายปี ขู่ไม่ให้ทุนหากปากโป้ง



