ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้คือ ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้คำมั่นสัญญาอย่างชัดเจนว่าจะนำเงินกู้จำนวน 400,000 ล้านบาทไปใช้เพื่อประชาชนเท่านั้น โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลั่นไม่มีเกี้ยเซียะแม้แต่น้อย การกู้เงินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ
ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว: รายละเอียดและความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 18.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการออกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน โดยยืนยันว่าได้ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงินแล้วเรียบร้อย จากนี้จะนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา และตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อให้ทุกโครงการที่ขอรับงบประมาณต้องผ่านการพิจารณาอย่างเข้มงวด ตรงตามวัตถุประสงค์ และอยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีเอง

คำมั่นสัญญาจากนายกฯ: เพื่อประชาชนเท่านั้น ไม่มีเกี้ยเซียะ
“ผมขอเรียนย้ำว่าผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เพิ่งลงนามใน พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นเงินกู้นี้ทุกบาททุกสตางค์ผมต้องกำกับดูแลไม่ให้มีการใช้ผิดประเภท ไม่ให้มีการรั่วไหลใด ๆ เลย ต้องขอให้เชื่อ เป็นสิ่งที่ในชีวิตต้องทำ และมีความยินดีมีความเต็มใจ มีความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำ เพราะฉะนั้น 400,000 ล้านบาทนี้ ขอให้คำมั่นสัญญาเลยว่า ผมและคณะรัฐมนตรีทุกท่านเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไม่ให้หลุดไปแม้แต่สตางค์แดงเดียว ไม่ให้กระเด็นแม้แต่เก๊เดียวที่จะหลุดไปในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องไม่มีเกี้ยเซียะ และเพื่อประชาชนเท่านั้น” นายอนุทินกล่าวอย่างหนักแน่น
การให้คำมั่นครั้งนี้แสดงถึงความรับผิดชอบสูงสุดของรัฐบาลในการบริหารเงินภาษีอากาศของประชาชน โดยจะมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์
ข้อดีของการกู้เงินสกุลบาท ดอกเบี้ยต่ำไร้ความเสี่ยง
นายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงความกังวลจากสถาบันจัดอันดับเครดิตอย่างมูดีส์ว่า ไม่ต้องห่วง เพราะการกู้เงินครั้งนี้ใช้สกุลเงินบาททั้งหมด ทำให้ไม่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ต้องขยายเพดานหนี้ และช่วยสร้างสภาพคล่องให้สถาบันการเงิน โดยเงินกู้ไม่นับเป็นหนี้เสีย (NPL) ทำให้ไม่ต้องสำรองความเสี่ยงมาก
- ดอกเบี้ยต่ำมาก: เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก
- ไร้ความเสี่ยงแลกเปลี่ยน: กู้บาทล้วนๆ 安定สูง
- ช่วยสภาพคล่องระบบการเงิน: ธนาคารปล่อยกู้รัฐได้โดยไม่เสี่ยง
- เงินถึงประชาชนทันที: ไม่ใช่โครงการใหญ่ที่รอนาน 5-7 ปี แต่ช่วยลดต้นทุนชีวิต เพิ่มคุณภาพชีวิต
วิกฤตพลังงานในไทยช่วงที่ผ่านมา เช่น ราคาน้ำมันแพง ไฟฟ้าขึ้น ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก การกู้เงิน 4 แสนล้านนี้จะถูกนำไปใช้แก้ปัญหาโดยตรง เช่น สนับสนุนพลังงานทางเลือก ลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมัน ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนอย่าง太陽能 ลม และชีวมวล ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นในระยะสั้น
ทำไมการลงนาม พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว ถึงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย
ในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การมีเม็ดเงินก้อนนี้จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้รัฐบาลสามารถเข้าไปแทรกแซงช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอ بودجهประจำปีที่อาจล่าช้า นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงศักยภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทำได้ตามคำมั่น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามการใช้เงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกบาทถึงผู้เดือดร้อนจริงๆ นี่คือโอกาสทองที่รัฐบาลจะพิสูจน์ตัวเอง
ความเห็นส่วนตัว: การให้คำมั่นแบบนี้จากนายกฯ อนุทิน ถือเป็นสัญญาณดีที่รัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงจัง หากทำได้ตามที่พูด ไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้แน่นอน คุณล่ะคิดอย่างไร? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ
ที่มา – ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว นายกฯ ให้คำมั่น เพื่อประชาชนเท่านั้น ลั่น ต้องไม่มีเกี้ยเซียะ



