เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในวงการสาธารณสุข เมื่อลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจไปขายในตลาดมืด ล่าสุดผู้ต้องหาเปิดปากสารภาพทั้งน้ำตา ยอมรับผิดทุกประการ อ้างปัญหาครอบครัวและการเงินทำให้หลงผิด เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงระบบการดูแลทรัพย์สินในโรงพยาบาล
ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจ สารภาพสาเหตุหมุนเงินไม่ทัน
จากรายงานล่าสุด วันที่ 19 มีนาคม 2567 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเลย สามารถจับกุมนายชินวัฒน์ ฉัตรรักษา อายุ 30 ปี ลูกจ้างโรงพยาบาลเลย ได้ที่บ้านพัก หลังก่อเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์ทางการแพทย์สำคัญอย่างเครื่องช่วยหายใจ มูลค่ารวมกว่า 7.2 ล้านบาท โดยนำไปขายในเพจที่กรุงเทพฯ เครื่องละ 10,000 บาทกว่าๆ
ผู้ต้องหายอมรับว่าลงมือคนเดียว ไม่มีใครรู้เห็น อ้างว่าไม่มีเงินใช้จ่าย พ่อป่วยติดเตียงและตาบอด แม่อายุมากขายของไม่ค่อยดี รถมอเตอร์ไซค์ต้องจำนำ 50,000 บาท จนหมุนเงินไม่ทัน มีเล่นพนันบ้าง แต่ยืนยันไม่ได้ตั้งใจหลบหนี อยากเข้ามอบตัวแต่ถูกจับก่อน น้ำตาซึมขณะให้การ ขอโทษโรงพยาบาลที่ทำให้เกิดความเสียหาย
ปมขโมยเครื่องช่วยหายใจ: ครอบครัวลำบากคือต้นเหตุ?
เครื่องช่วยหายใจเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤต โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา การที่ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจไปขาย สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อม เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลหาคนรับซื้อ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
- สาเหตุหลัก: ปัญหาการเงิน ครอบครัวมีผู้ป่วยและรายได้น้อย
- วิธีการ: ขโมยตอนกลางคืนในสถานที่ราชการ นำไปขายออนไลน์
- ผลกระทบ: โรงพยาบาลขาดแคลนอุปกรณ์ อาจกระทบชีวิตผู้ป่วย
- ข้อหา: ลักทรัพย์นายจ้างในสถานที่ราชการเวลากลางคืน
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เคสแรกในวงการสาธารณสุขที่มีการลักทรัพย์อุปกรณ์แพทย์ อย่างในอดีตเคยมีข่าวยาและเวชภัณฑ์หายไปบ่อยครั้ง สะท้อนปัญหาการ监督ที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น โรงพยาบาลควรติดตั้งกล้อง CCTV ระบบล็อก และตรวจนับสต็อกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างหรือบุคลากรหลงผิด
นอกจากนี้ สังคมควรหันมาสนับสนุนบุคลากรและลูกจ้างในโรงพยาบาลให้มากขึ้น เช่น ช่องทางช่วยเหลือทางการเงินสำหรับครอบครัวเดือดร้อน หรือโปรแกรมบำบัดการพนัน เพื่อลดโอกาสเกิดอาชญากรรมแบบนี้
จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ติดตามข่าวอาชญากรรม เหตุการณ์ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความยากจนและความกดดันสามารถผลักดันคนดีให้กลายเป็นผู้ร้ายได้ หวังว่าเจ้าหน้าที่จะนำสืบให้ครบถ้วน และศาลจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือกดไลค์แชร์บทความเพื่อเตือนใจผู้อื่น หากมีข่าวอัพเดทจะนำมาบอกต่อครับ!
ที่มา – ลูกจ้าง รพ.เลย น้ำตาซึม ยอมรับผิด เปิดปากสารภาพปมขโมย “เครื่องช่วยหายใจ” ไปขาย


