'วรวงศ์' ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ 'ศุภจี' ตอบให้ชัด ปิดดีลแล้วหรือยัง

วรวงศ์ ห่วงไทยโดนภาษีสหรัฐฯ จี้ ศุภจี แจงปิดดีลหรือยัง

วรวงศ์ ห่วงไทยโดนภาษีสหรัฐฯ จี้ ศุภจี แจงปิดดีลหรือยัง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ภาคธุรกิจและประชาชนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อนายวรวงศ์ รางมางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องอัตราภาษีที่ดูเหมือนว่าจะมีความสับสนในข้อมูลจากฝั่งรัฐบาล จนทำให้นายวรวงศ์ ห่วงไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม และต้องออกมาจี้ให้คุณศุภจีออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าตกลงแล้วมีการปิดดีลการค้ากันแล้วหรือยัง

ความสับสนของตัวเลขภาษี 12.5% vs 19%

ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือความไม่ชัดเจนของตัวเลขภาษีที่ไทยต้องเผชิญ นายวรวงศ์ รางมางกูร ได้ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของการสื่อสารจากภาครัฐ โดยระบุว่าในขณะที่ไทยกำลังถูกเก็บภาษีจริงในอัตรา 12.5% แต่กลับมีการประกาศความสำเร็จด้วยตัวเลขที่สูงกว่าคือ 19% ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจาในคนละฐานภาษีกันหรือไม่ และทำไมตัวเลขที่ประกาศออกมาถึงดูสูงกว่าอัตราที่ไทยต้องเสียอยู่แล้ว ซึ่งประเด็นเรื่อง วรวงศ์ ห่วงไทยโดนภาษีสหรัฐฯ นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนโดยตรง

ข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่ผ่านมามีความผันผวนสูงมาก ทั้งจากการปรับลดภาษีจาก 36% เหลือ 19% ในอดีต จนกระทั่งศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเรื่องกฎหมาย IEEPA และการหันไปใช้มาตรา 301 ที่ส่งผลให้ไทยถูกเก็บภาษีที่ 12.5% ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งได้รับอัตราที่ต่ำกว่าที่ 10% เท่านั้น

  • ผลกระทบต่อภาคส่งออก: หากต้นทุนภาษีไทยสูงกว่าคู่แข่ง จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ลดลงอย่างน่าใจหาย
  • ความชัดเจนของข้อมูล: ภาคเอกชนต้องการความจริงว่าดีลนี้จบแล้วหรือไม่ และผลลัพธ์ที่แท้จริงคืออะไร
  • ความเสี่ยงต่อดุลการค้า: การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่อาจเติบโตเร็วกว่าการส่งออกอาจส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค

สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำ

นอกจากประเด็นเรื่องภาษีแล้ว รัฐบาลควรต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจถึงภาพรวมของดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่กำลังประสบปัญหาขาดดุลหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี การที่ วรวงศ์ ห่วงไทยโดนภาษีสหรัฐฯ จึงไม่ใช่เรื่องของการค้านการเจรจา แต่เป็นการเรียกร้องความโปร่งใสและข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ต้องมาเดากันเองว่าตัวเลขภาษีที่แท้จริงคือเท่าไหร่กันแน่

ในมุมมองส่วนตัว ผมมองว่าการเจรจาการค้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ รัฐบาลจึงควรเปลี่ยนจากการสื่อสารที่สร้างความสับสน มาเป็นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการในไทยให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “วรวงศ์” ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ “ศุภจี” ตอบให้ชัด ปิดดีลแล้วหรือยัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: