“วัชระพล” รมช.เกษตรฯ ประสานกรมฝนหลวงรับมือไฟป่า “พานพร้าวแก้งไก่” เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงฤดูแล้งที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่ ซึ่งครอบคลุมอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี และอำเภอปากชม จังหวัดเลย สถานการณ์ไฟป่ายังคงน่าเป็นห่วง แม้เจ้าหน้าที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุม
“วัชระพล” รมช.เกษตรฯ ประสานกรมฝนหลวงรับมือไฟป่า “พานพร้าวแก้งไก่”
วันที่ 13 เมษายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ไฟป่าด้วยตนเอง หลังจากเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน โดยร่วมกับจังหวัดอุดรธานี ประเมินความเสียหายและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างสุดกำลัง แม้ไฟจะไม่ลุกลามแบบโหมกระหน่ำแล้ว แต่ยังมีกลุ่มควันหลายจุดที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ ทำให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ช่วงเช้าวันที่ 13 เมษายน สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย นายวัชระพลจึงรีบประสานงานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยสั่งเคลื่อนย้ายเฮลิคอปเตอร์มาช่วยดับไฟทันทีที่เครื่องบินมาถึง สภาพอากาศร้อนจัดในช่วงนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้ไฟป่าเกิดขึ้นง่าย ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ได้อย่างปลอดภัย

ผลกระทบจากไฟป่า “พานพร้าวแก้งไก่” และมาตรการรับมือ
ไฟป่าที่พานพร้าวแก้งไก่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ป่าไม้เท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดหมอกควันที่กระทบสุขภาพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ลมแรงและความแห้งแล้งยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย นายวัชระพลเน้นย้ำถึงการสร้างแนวไฟป้องกันเพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลาม และการใช้เทคโนโลยีจากกรมฝนหลวงในการ诱ฝนเทียมเพื่อช่วยดับไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
- ประสานเฮลิคอปเตอร์จากกรมฝนหลวงมาช่วยดับไฟ
- เฝ้าระวังกลุ่มควันที่อาจปะทุใหม่
- สร้างแนวป้องกันไฟเพื่อป้องกันการขยายวง

นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไฟป่าในอนาคต เช่น การรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกเผาเพื่อเตรียมดิน การปลูกต้นไม้ทนไฟ และการใช้โดรนตรวจจับจุดความร้อนล่วงหน้า ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ไฟป่าเกิดบ่อยขึ้น ดังนั้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงสำคัญยิ่ง
บทเรียนจากเหตุไฟป่าและคำแนะนำป้องกัน
จากประสบการณ์ครั้งนี้ “วัชระพล” รมช.เกษตรฯ ประสานกรมฝนหลวงรับมือไฟป่า “พานพร้าวแก้งไก่” ได้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองของรัฐบาล บทเรียนสำคัญคือต้องเตรียมพร้อมตลอดฤดูแล้ง โดยประชาชนสามารถช่วยได้ด้วยการไม่ทิ้งก้นบุหรี่ขณะเดินป่า หลีกเลี่ยงการจุดไฟในที่โล่ง และแจ้งเบาะแสทันทีหากพบไฟป่า
สถานการณ์ไฟป่าไม่เพียงทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังคุกคามชีวิตและทรัพย์สิน การมีหน่วยงานอย่างกรมฝนหลวงที่พร้อมช่วยเหลือจึงเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน ในช่วงสงกรานต์นี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้
สุดท้ายนี้ การเฝ้าระวังและป้องกันคือกุญแจสำคัญในการรับมือภัยพิบัติจากธรรมชาติ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากแบ่งปันประสบการณ์ สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์ไฟป่าเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ที่มา – “วัชระพล” รมช.เกษตรฯ ประสานกรมฝนหลวงรับมือไฟป่า “พานพร้าวแก้งไก่”




