ว่าที่ ผบ.ทร. กดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย
ในสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา ล่าสุดว่าที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาอาคารคาสิโนที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ไทย จุดนี้เกิดขึ้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลทมอดา จังหวัดตราด ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนและหน่วยงานความมั่นคงมาอย่างยาวนาน การกดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย จึงกลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องจับตามอง
ว่าที่ ผบ.ทร. ยันไม่นิ่งนอนใจ กดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย
วันที่ 29 กันยายน 2568 ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอาคารคาสิโนของกัมพูชาที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ไทย โดยระบุว่าทางฝ่ายไทยได้ดำเนินการกดดันมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้รับข้อมูลว่าฝั่งกัมพูชายังไม่มีการใช้งานอาคารดังกล่าว หากยังไม่ชัดเจนก็จะไม่อนุญาตให้บุคคลเข้าใช้ประโยชน์ แต่เพื่อให้เกิดผลเด่นชัดยิ่งขึ้น ไทยจำเป็นต้องเพิ่มระดับการเจรจาและกดดันให้เข้มข้นมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในบริเวณที่ฝั่งกัมพูชาเริ่มมีการก่อสร้างเพิ่มเติม
ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานาน การกดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทย ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ว่าที่ ผบ.ทร. เน้นย้ำว่าทุกหน่วยงานต้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศไทย หน่วยงานความมั่นคง หรือกองทัพ เพื่อสร้างแรงกดดันที่ทวีคูณ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
มาตรการเจรจาและกดดันเพื่อรื้อถอนอาคารรุกล้ำ
ในการตอบคำถามว่าการรื้อถอนอาคารคาสิโนนี้ควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายใด ว่าที่ ผบ.ทร. ชี้แจงว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพราะเรื่องความมั่นคงต้องดูแลโดยหน่วยงานเฉพาะทาง ขณะที่การเจรจาระดับสูงจะมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศนำไปดำเนินการ ยืนยันชัดเจนว่าไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่จะใช้มาตรการกดดันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ฝั่งกัมพูชาต้องพิจารณาทำลายโครงสร้างที่รุกล้ำ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเกรงใจนักการเมืองฝั่งไทยที่อาจเกี่ยวข้อง แต่ว่าที่ ผบ.ทร. ย้ำว่าหน่วยงานความมั่นคงจะมุ่งเน้นไปที่การปกป้องดินแดนเท่านั้น โดยให้หน่วยงานในพื้นที่จัดการประเด็นอื่นๆ สำหรับพื้นที่ท่าเส้นนี้ การพูดคุยกับกัมพูชาจะต้องพิจารณาข้อตกลงอย่างรอบคอบ เนื่องจากระบบตรวจการณ์ของไทยมีข้อจำกัดจากภูมิประเทศที่เป็นเหวลึก ขณะที่ฝั่งกัมพูชาเป็นพื้นราบ ทำให้ต้องวางแผนให้รัดกุม
- ประโยชน์ร่วมกัน: หากสามารถใช้ประโยชน์จากอาคารนี้ร่วมกันได้ จะช่วยลดความขัดแย้ง ตัวอย่างเช่น นำไปใช้เป็นอาคารตรวจการณ์ร่วม
- ทางเลือกอื่น: ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ไทยพร้อมใช้วิธีการกดดันอื่นๆ เพื่อบังคับให้เกิดการรื้อถอน
- ไม่ใช่คาสิโน: ไทยไม่ได้มองว่าจะนำไปทำคาสิโน แต่เน้นการใช้งานที่เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคง
ปัญหาการรุกล้ำไม่จำกัดแค่พื้นที่ท่าเส้นเท่านั้น จากการตรวจสอบพบว่ายังมีจุดอื่นๆ ในจังหวัดจันทบุรีและตราด รวม 17 จุดที่กัมพูชาบุกรุก แต่ดีใจที่ไม่มีพื้นที่ใหม่เพิ่มเข้ามา บางจุดเมื่อไทยประท้วง ฝั่งตรงข้ามก็หยุดสร้างหรือปรับเปลี่ยนเส้นทาง เช่น การกลบคูเลตหรือเลี่ยงถนนไปทางอื่น อย่างไรก็ตาม ฐานที่มั่นทางทหารหลักยังคงอยู่ที่บ้านชำราก
การประสานงานเหล่าทัพและรัฐบาลในการกดดัน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ชายแดน ว่าที่ ผบ.ทร. ระบุว่าทุกเหล่าทัพต้องมีการหารือร่วมกัน วางแผนประสานงานระหว่างกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด เพื่อให้การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ รัฐบาลจะใช้เครื่องมือด้านเศรษฐกิจและการทูตควบคู่ไปกับมาตรการทางทหาร สร้างแรงกดดันที่ครอบคลุมทุกมิติ
ส่วนกรณีการขีดเส้นที่จังหวัดสระแก้วในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ให้ชาวกัมพูชาอพยพออกจากบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ทหารเราจะสนับสนุนกองทัพภาคที่ 1 อย่างเต็มที่ โดยมีการประสานแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับกองบัญชาการอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกัน เหมือนการเดินจังหวะเดียวกัน
จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ การกดดันกัมพูชารื้อคาสิโนรุกล้ำไทยไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังปูทางสู่การแก้ไขข้อพิพาทระยะยาว หากประชาชนสนใจติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม สามารถสมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดได้
ที่มา – ว่าที่ ผบ.ทร. ยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งกดดัน “กัมพูชา” รื้ออาคารกาสิโนรุกล้ำแดนไทย


