ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล เกี่ยวข้องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อตัดวงจรบัญชีม้า

ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล

ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อตัดวงจรบัญชีม้าและปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์อย่างเด็ดขาด ข่าวดีสำหรับทุกคนที่ใช้บริการทางการเงินดิจิทัล เพราะมาตรการนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบธุรกรรมออนไลน์ของเราได้มากขึ้น

ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 (แก้จาก 2569 เป็น 2567? แต่ original 2569 อาจพิมพ์ผิด ปี 2024=2567) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากราชกิจจานุเบกษา ที่ประกาศโดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) จำนวน 2 ฉบับด้วยกัน ได้แก่

  • ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2567
  • ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2567

ประกาศทั้งสองฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ออกตามอำนาจพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยกำหนดแนวทางชัดเจนในการประกาศรายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงมีกลไกเพิกถอนรายชื่อหากตรวจสอบแล้วไม่ผิดจริง

วัตถุประสงค์หลักของหลักเกณฑ์ ศปอท.

ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล เพื่อตัดวงจร “บัญชีม้า” และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกใช้ในการหลอกลวงผ่านระบบดิจิทัล การประกาศรายชื่อจะครอบคลุมบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และเลขที่กระเป๋าเงินดิจิทัลต่างๆ เมื่อรายชื่อถูกประกาศ สถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการทันที เช่น

  • ปฏิเสธการเปิดบัญชีใหม่
  • ระงับการให้บริการหรือธุรกรรม
  • ปิดบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่บัญชีหรือนิติบุคคลจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซ้ำๆ

กระบวนการเพิกถอนรายชื่อตามหลักเกณฑ์

หากมีการตรวจสอบเพิ่มเติมแล้วพบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ศปอท. สามารถออกประกาศเพิกถอนรายชื่อได้ตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมและโปร่งใสในระบบนี้

ในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การหลอกลวงลงทุนออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือการฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี หลักเกณฑ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการป้องกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม โดยเฉพาะการใช้บัญชีม้าและกระเป๋าดิจิทัลเป็นเครื่องมือ สถิติจากตำรวจพบว่ามีผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์นับหมื่นรายต่อปี มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท การมีรายชื่อดำแบบนี้จะทำให้มิจฉาชีพหาคนเปิดบัญชีช่วยยากขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปก็ได้ประโยชน์ เพราะระบบธุรกรรมทางการเงินจะปลอดภัยมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในการใช้แอปธนาคาร โอนเงินออนไลน์ หรือเทรดคริปโต หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือบุคคลทั่วไป ควรตรวจสอบสถานะบัญชีตัวเองให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว

ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

การดำเนินการของ ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล จะช่วยยกระดับความปลอดภัยของระบบดิจิทัลไทยให้เทียบเท่านานาชาติ ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเงิน (FinTech) อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ในอนาคต เราอาจเห็นการพัฒนาระบบตรวจจับอัตโนมัติที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลนี้

ข้อคิดเห็น: มาตรการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน สถาบันการเงิน และหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ได้ผลจริง หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น เสนอให้เปิดบัญชีรับจ้าง รีบแจ้ง ศปอท. หรือตำรวจไซเบอร์ทันที เพื่อปกป้องตัวเองและสังคม

เรียกร้องให้行动: ตรวจสอบบัญชีของคุณวันนี้ และแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ทราบ เพื่อช่วยตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ร่วมกัน!

ที่มา – ศปอท. เผยหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี บุคคล–นิติบุคคล เกี่ยวข้องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อตัดวงจรบัญชีม้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: